จาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจ:Marketing วันที่่ 3 มกราคม 2555
กมรุกของเบอร์ 2 “บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์” เรียกได้ว่า “หายใจรดต้นคอ “ผู้นำ” ตลาดดิสเคาท์สโตร์ “เทสโก้ โลตัส”
เกมรุกของเบอร์ 2 “บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์” เรียกได้ว่า “หายใจรดต้นคอ “ผู้นำ” ตลาดดิสเคาท์สโตร์ “เทสโก้ โลตัส” จากยอดขาย 7 หมื่นล้านบาทต่อปี หลังจากซื้อกิจการ คาร์ฟูร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต ยอดขายทะยานทะลุแสนล้านบาท ไต่ระดับเทียบเคียงเบอร์ 1 เข้าไปทุกที ไม่แปลก 2 ขั้วยักษ์ใหญ่จะเปิดศึกฟาดฟันกันแบบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในสมรภูมิการแข่งขันธุรกิจค้าปลีกประเทศไทย
เมื่อผู้ตามหลังอย่าง “บิ๊กซี” ฮุบ “คาร์ฟูร์” สำเร็จ เป็นจุดทำให้เกมเปลี่ยน สมรภูมิดิสเคาท์สโตร์เมืองไทยจากที่เคยมี 3 ปาร์ตี้ เหลือ ‘ผู้เล่น’ เพียง 2 แบรนด์ คือ บิ๊กซี และ เทสโก้ โลตัส ต่างเป็น 2 ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติที่พร้อมจะห้ำหั่นกันทุกรูปแบบ!!! ด้วยขุมพลังทั้งเม็ดเงินทุน และโนว์ฮาว ที่ไม่ด้อยไปกว่ากัน จึงไม่มีทีท่าว่าฝ่ายใดจะยอม “อ่อนข้อ” นอกเหนือจาก “ไพรซ์วอร์” แข่งด้วย “ราคาต่ำทุกวัน” ยังดับเครื่องชนทุกรูปแบบอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ว่าจะการขยายสาขาที่ต่างฝ่ายเร่งไล่ล่าพื้นที่ปักธงเปิดร้านใหม่ ทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ในหลากหลายคอนเซปต์ หรือ กิจกรรมการตลาด แคมเปญส่งเสริมการขายต่างๆ ที่ “ตอบโต้” กันอย่างทันควัน
ในห้วงแรกทั้งคู่เปิดศึก ‘คูปองเงินสด’ ช่วงชิงลูกค้ากันอย่างหนักหน่วงสะท้านบรรดาร้านค้าปลีกอื่นๆ อยู่ไม่น้อย
++ สะเทือนวงการ ‘บิ๊กซี’ ฟ้อง ‘เทสโก้ โลตัส’
กลยุทธ์แบบ ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’ สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการค้าปลีกอีกครั้ง เมื่อ “บิ๊กซี” ตัดสินใจยื่นฟ้อง “เทสโก้ โลตัส” หลังจากเคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า กระทรวงพาณิชย์ มาแล้ว แต่ ‘คู่แข่ง’ ไม่หยุด โดยเมื่อวันที่ 15 ส.ค. บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลแพ่ง กรณี บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส ในฐานกระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 โดยการนำสัญลักษณ์ เครื่องมือ และกลไกทางการตลาดของ บมจ. บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ไปใช้จัดทำโฆษณาและแคมเปญส่งเสริมการขายโดยมิชอบ เพื่อสร้างรายได้และฐานลูกค้าให้กับตนเอง
เหตุผลที่ทำให้ บมจ. บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ตัดสินใจยื่นฟ้องนั้น เนื่องจาก บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ได้ทำการละเมิดสิทธิทางการค้าและการตลาดของบริษัทฯ ด้วยการนำสัญลักษณ์ เครื่องมือ และกลไกทางการตลาดของ บมจ. บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ไปใช้จัดทำแคมเปญโฆษณาและส่งเสริมการขายเพื่อประโยชน์ของตน อย่างโจ่งแจ้งถึง 2 ครั้งในวาระต่างกัน ซึ่งการแทรกแซงในลักษณะดังกล่าว ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย และหากคู่กรณี ยังคงสามารถดำเนินโครงการในลักษณะดังกล่าวได้ต่อไปก็จะเป็นผลเสียอย่างยิ่งต่อชื่อเสียงและการดำเนินงานของบริษัท อีกทั้งอาจจะนำผลเสียในระยะยาวมาสู่มาตรฐานและจรรยาบรรณของการดำเนินการตลาดในทุกภาคธุรกิจของไทย มิใช่เฉพาะในธุรกิจค้าปลีก
ดังนั้น เพื่อเป็นการปกป้องรักษาสิทธิของ บมจ. บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด บริษัทฯ จึงจำเป็นต้องยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อขอให้พิจารณากรณีการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการแทรกแซงการประกอบธุรกิจของผู้อื่น โดยเรียกร้องค่าเสียหายทั้งสิ้น 415.67 ล้านบาท
บิ๊กซี ยังระบุว่า กรณีดังกล่าวจะเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับจรรยาบรรณและมาตรฐานของการดำเนินการตลาด ที่ทุกบริษัท น่าจะมุ่งดำเนินการตลาดอย่างสร้างสรรค์ และให้เกียรติเพื่อนร่วมธุรกิจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภคในระยะยาว
ในเวลานั้น เทสโก้ โลตัส ได้ออกแถลงการณ์ย้ำถึงความโปร่งใสของการจัดทำแคมเปญส่งเสริมการขาย โดยชี้แจงว่า ปณิธานในการดำเนินธุรกิจของเทสโก้ โลตัส คือการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา ในการทำแคมเปญโปรโมชั่นหรือโครงการส่งเสริมการขายทุกครั้ง ดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการดำเนินการทุกประการภายใต้กรอบของกฎหมายและกฎระเบียบของทางราชการ จึงมั่นใจในทุกสิ่งที่ เทสโก้ โลตัส ทำเพื่ออำนวยประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าและผู้บริโภคทั้งมวล
** เอ็กซ์ตร้า ชนสนั่น เอ็กซ์ตร้า
จะตั้งใจหรือเป็นเรื่องบังเอิญของ 2 คู่แข่งแห่งปี นอกเหนือการทำตลาดที่พร้อมเปิดศึกชนสนั่นทุกแคมเปญแล้ว …ทั้งคู่ยังเปิดโมเดลร้านใหม่ โดยมีชื่อ “เอ็กซ์ตร้า” ห้อยหลังเหมือนๆ กันในเวลาไล่เลี่ยกันอีกด้วย เรียกเสียงฮือฮาในตลาดไม่น้อย โดยที่ เทสโก้ โลตัส เลือกสาขาพระราม 4 ปรับโฉมสู่แนวคิดใหม่ครั้งนี้ พร้อมกับเคลมว่าเทสโก้ สโตร์ อิงค์ บริษัทแม่ในอังกฤษได้ใช้คอนเซปต์เอ็กซ์ตร้ามาตั้งแต่ปี 2540
นายประพันธ์ เอี่ยมรุ่งโรจน์ รองประธานผู้บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเครือข่ายร้านค้าปลีกภายใต้ชื่อ บิ๊กซี, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า, บิ๊กซี มาร์เก็ต มินิบิ๊กซี เพียว และบิ๊กซี จัมโบ้ เคยกล่าวไว้ในวันเปิดร้านบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า สาขาพระราม 4 ตัดหน้าคู่แข่งที่อยู่ระหว่างปรับปรุงร้านในฝั่งตรงข้ามว่า การแข่งขันทุกวันนี้…ยอมกันไม่ได้!!!
และเชื่อว่าภาวะการแข่งขันแบบนี้จะยังดำเนินต่อเนื่องไป โดยเฉพาะในตลาดที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย เป็นโจทย์ของผู้ประกอบการว่าจะมัดใจผู้บริโภคให้เข้าใช้บริการเป็นประจำได้อย่างไร
“ตลาดแข่งขันรุนแรงมาก บิ๊กซีก็ต้องทำ หากไม่ทำก็ตาย ธุรกิจดิสเคาท์สโตร์เป็นแบบนี้ ต้อง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ผู้ประกอบการไปคุยกัน ฮั้วกันไม่ได้ การแข่งขันเวลานี้เราเรียกว่าเป็น Co-Leader แน่นอนว่าความเป็น Leader โดยเด็ดขาดคือสิ่งที่ทุกคนมุ่งหวัง” นายประพันธ์กล่าว
++ เร่งสยายปีกไม่หยุดครอบคลุมตลาด
หากมองในเชิงของการลงทุนของบิ๊กซี เปิดเกมรุกอย่างหนัก โดยเฉพาะคอนเซ็ปต์ใหม่ “บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า” และ โมเดลค้าส่ง “บิ๊กซี จัมโบ้” นอกเหนือไปจากร้านค้าปลีกหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย “ไฮเปอร์มาร์เก็ต” ใน 3 ขนาด ได้แก่ ร้านขนาดใหญ่ 8,000 ตร.ม. ขึ้นไป ร้านขนาดกลาง 6,000 ตร.ม. และร้านขนาดเล็ก 4,000 ตร.ม. “บิ๊กซี มาร์เก็ต” ขนาดพื้นที่ 1,000-2,000 ตร.ม. “มินิ บิ๊กซี” เป็นร้านคอนวีเนียนสโตร์ ขนาดประมาณ 300 ตร.ม. และร้านเพื่อสุขภาพและความงาม “เพียว”
การพัฒนาคอนเซปต์ “บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า” ในประเทศไทย เป็นรูปแบบร้านค้าใหม่เน้นจำหน่ายสินค้านำเข้าพรีเมียมจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ “คาสิโน แบรนด์” ซึ่งเป็นไพรเวทแบรนด์ของกลุ่มคาสิโนเป็นที่รู้จักและนิยมในฝรั่งเศสมากว่า 110 ปี รวมทั้งมียอดจำหน่ายสูงในบราซิล โคลัมเบีย และเวียดนาม โดยเน้นการปรับเปลี่ยนสาขาขนาดใหญ่ของคาร์ฟูร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต เป็น “บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า” เช่น พระราม 4 ลาดพร้าว รัชดาภิเษก รามอินทรา อ่อนนุช ภูเก็ต ชลบุรี และเชียงใหม่
บิ๊กซี พยายามเร่งสปีดร้านขนาดเล็ก “มินิ บิ๊กซี” ด้วย ยังทิ้งห่าง “เทสโก้ โลตัส” ที่มีสาขาเอ็กซ์เพรส ผุดราวดอกเห็ดทั่วประเทศมากกว่า 600 แห่ง แต่ละปีขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง เทียบบิ๊กซียังอยู่ในอัตราเปิดใหม่ปีละ 50 แห่ง
เป็นที่น่าจับตามองในปี 2555 นี้ 2 ยักษ์ใหญ่จะสร้างปรากฏการณ์…สะเทือนวงการค้าปลีกอะไรอีก






