Category Archives: Convenient Store

ยี่ปั๊วผนึกผู้ผลิตฝ่าวิกฤตกำลังซื้อ อัดแคมเปญลดราคาทั่วปท.-สู้ศึกโมเดิร์นเทรด

สมาคมยี่ปั๊วผนึกสมาชิกทั่วประเทศ กว่า 70 ราย จัดโปรโมชั่นพร้อมกัน 9-30 กันยายน สร้างอิมแพ็กต์ปลุกกำลังซื้อโค้งท้าย โต้กลับแคมเปญโมเดิร์นเทรด ชี้ธุรกิจค้าปลีกวิกฤตสุด มู้ดจับจ่ายชะงัก คนรัดเข็มขัดถ้วนหน้า ด้าน “บุญชัย โชควัฒนา” ชี้สัญญาณบวกไม่มี คาดไตรมาส 4 ยังซบเซา

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สมาคมได้ร่วมกับผู้ผลิตเอกชน 20-30 ราย และสมาชิกของสมาคม หรือยี่ปั๊วทั่วประเทศรวม 70 ราย โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดแคมเปญ “โชห่วยโชว์สวย” ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-30 กันยายนนี้ เป็นการจัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่พร้อมกันในส่วนของสมาชิกที่เข้าร่วมเพื่อให้เกิดอิมแพ็กต์ และปลุกยอดขายช่วงไตรมาส 4 โดยมีทั้งการลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดผู้บริโภค

ขณะนี้สถานการณ์กำลังซื้อของไทยถือว่าวิกฤตหนัก เชื่อว่าแคมเปญดังกล่าวจะมีส่วนช่วยให้กลุ่มยี่ปั๊ว ซาปั๊ว กระตุ้นยอดขายในช่วงปลายปีได้ อีกทั้งสามารถแข่งขันกับฝั่งโมเดิร์นเทรดที่ขณะนี้มีแคมเปญโปรโมชั่นออกมากระตุ้นกำลังซื้ออย่างมากมาย

“ครั้งนี้เราเอาแคมเปญโชห่วยโชว์สวยกลับอีกครั้ง เพราะปีที่แล้วได้รับการตอบรับอย่างดี แต่ครั้งนี้สมาคมกับซัพพลายเออร์เป็นตัวตั้งตัวตี เพราะไม่อยากให้มันเงียบ ต้องหาอะไรมากระตุ้นอารมณ์จับจ่ายผู้บริโภค โดยความแรงของโปรโมชั่นจะไม่แตกต่างจากโมเดิร์นเทรด เพื่อให้เราสามารถแข่งขันได้ โดยสัดส่วนลดราคาอยู่ที่ 10-20% หากเป็นแบรนด์เล็ก ๆ ก็มี 1 แถม 1 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้นทุนดำเนินการต่าง ๆ ของเราจะต่ำกว่าโมเดิร์นเทรด ทำให้กำไรยังคงมากกว่า”

นายสมชายกล่าวอีกว่า ปีนี้โดยรวมถือว่ายอดขายของธุรกิจค้าปลีกซบเซากว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งจากนโยบายรถคันแรก และอื่น ๆ ที่มาดึงกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงปัจจัยลบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในส่วนของยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ขณะนี้สต๊อกสินค้าน้อยลงอย่างชัดเจน เพราะลักษณะการประกอบธุรกิจจะเป็นเงินหมุน เมื่อค้าขายฝืดเคืองจะไม่สามารถสต๊อกสินค้าได้ สิ่งที่ทำได้คือการระบายสินค้าออกไปให้เร็วที่สุด การทำโปรโมชั่นเป็นเรื่องที่จำเป็นมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าสภาพดังกล่าวจะต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 4 ขณะนี้คนระมัดระวังการจับจ่ายมาก

“จริง ๆ แล้ว ส่วนหนึ่งที่ทำให้กลุ่มโมเดิร์นเทรดไม่ถึงเป้า ก็เพราะยอดจากยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ที่ไปซื้อของลอตใหญ่จากโมเดิร์นเทรดหายไป ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 20%”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้โมเดิร์นเทรดค่ายต่าง ๆ ก็มีการจัดแคมเปญลดค่าครองชีพ ล่าสุดบิ๊กซีจัดแคมเปญภายใต้ชื่อ “Big C Big Sale” ลดครั้งใหญ่ ให้ไทยช็อป ระหว่างวันที่ 5-8 กันยายนนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งถือเป็นการจัดกิจกรรมนอกพื้นที่เป็นครั้งแรก โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องแต่งกายอุปกรณ์ท่องเที่ยว ลดราคาสูงสุดถึง 80% โดยตั้งเป้าว่า ตลอดการจัดงาน จะมีผู้บริโภคกว่า 120,000 คนเข้าร่วมงาน

ก่อนหน้านี้ แฟมิลี่มาร์ทก็จัดงานเทศกาลจำหน่ายสินค้า ภายในห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ภายใต้แนวคิด Japanese Heritage พร้อมโรดโชว์จัดงานในรูปแบบดังกล่าวต่อไปอีก 8 ครั้งในหัวเมืองใหญ่

ด้านนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์กำลังซื้อไตรมาส 4 ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น ยังคงไม่เห็นปัจจัยบวกใด ๆ ยิ่งกับต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาที่มีการปรับขึ้นราคาทั้งค่าแก๊ส ค่าทางด่วน ค่าไฟ ฯลฯ พร้อม ๆ กัน ทำให้อารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภคชะงัก ส่วนตัวมองว่าขณะนี้แม้จะใช้เงินลงทุนไปกับการทำโปรโมชั่นมากขนาดไหน ผลการตอบรับกลับมาคงน้อย แต่ไม่ทำก็ไม่ได้เช่นเดียวกัน ในส่วนของบริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะเป็นสินค้าจำเป็นยังดำเนินแผนไตรมาส 4 ตามที่วางไว้ คาดว่าปีนี้จะสามารถเติบโตได้ 10%

 

updated: 09 ก.ย. 2556 เวลา 23:37:09 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เปิด Lawson 108

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 4 กันยายน 2556

IMG_4039 IMG_4040

ลอว์สัน 108 ร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ เปิดในไทย เน้นขายของคุณภาพ

หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556 เวลา 13.23 น.

บริษัท สห ลอว์สัน จำกัด, บริษัท ร่วมทุนระหว่างเครือสหพัฒน์และลอว์สัน อิงค์ ประกาศเปิดให้บริการร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ ลอว์สัน 108 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยที่ผ่านมาร้านลอว์สัน 108 เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยนำร้านค้าของเครือสหพัฒน์มาปรับปรุง และภายหลังจากนี้บริษัทฯจะขยายสาขาให้บริการในประเทศอย่างเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน พ.ศ. 2556 โดยมีแผนที่จะเปิดให้บริการ 50 สาขาในปีพ.ศ. 2556 และ 1,000 สาขาภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

ร้านลอว์สัน 108 สาขาเอ็มโพริโอ เพลส คือหนึ่งในสาขาของร้านลอว์สัน 108 ที่ให้ความสำคัญกับการจำหน่าย “สินค้าที่มีคุณภาพและสดใหม่ในรูปแบบการตกแต่งร้านที่เน้นบรรยากาศที่ “สะดวกสบายและเป็นมิตร” ต่อผู้มาใช้บริการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคอนเซปต์ร้านลอว์สัน 108 เพื่อสร้างความแตกต่างและเพื่อนำลอว์สัน 108 สู่ความเป็นผู้นำคอนวีเนียนท์สโตร์ในประเทศไทย

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังจะพบกับสินค้าที่มีคุณภาพซึ่งลอว์สัน 108 คัดสรรมาโดยเฉพาะเพื่อผู้บริโภคคนไทย ลอว์สัน 108 มีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อมาจำหน่ายในร้านลอว์สัน 108 อาทิ วัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมจาก ฮอกไกโด ก็นำมาให้บริการที่ร้านลอว์สัน 108

บริษัทฯ ได้จัดเตรียมแผนที่จะนำเทคโนโลนยีที่ใช้ในร้านคอนวีเนียนท์สโตร์มาประยุต์ใช้กับธุรกิจในประเทศไทย โดยระบบดังกล่าวจะช่วยในการวิเคราห์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด

มร. ทาเคชิ นินามิ CEO, representative director บริษัท ลอว์สัน อิงค์ กล่าวว่า “ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย โดยทาง ลอว์สัน กรุ๊ป ได้ร่วมทุนในธุรกิจร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ ลอว์สัน 108 และพร้อมที่จะให้บริการสินค้าคุณภาพชั้นเลิศ และการบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าทุกท่านจากประสบการณ์ความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่นและมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ดังเช่นปรัชญาของเราที่ว่า “เราจะเป็นผู้สร้างความสุข และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกชุมชน”

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นมากในภูมิภาคอาเซี่ยน โดยใน ปีพ.ศ. 2558 เราได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า เราจะวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์การขยายธุรกิจในภูมิภาคและและเรายังมีเป้าหมายที่จะจัดตั้งประเทศไทยให้เป็นศูนย์พัฒนาสินค้าสำหรับภูมิภาคอาเซียน ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ เรายังวางแผนที่จะสร้างศูนย์ฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะของพนักงานของเราและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้วัฒนธรรมในภูมิภาคอันจะนำไปสู่การบริการที่ดีให้แก่ลูกค้าในอนาคต”

คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา, ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า “เครือสหพัฒน์มีบริษัทหลากหลายกลุ่มธุรกิจภายในเครือฯ รวมถึงบริษัทร่วมทุนกับญี่ปุ่นซึ่งมีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน ครั้งนี้เครือฯได้เล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจค้าปลีกที่เป็นทิศทางความต้องการของตลาด อีกทั้งบริษัทลอว์สันเป็นผู้มีประสบการณ์ธุรกิจคอนวีเนียนท์สโตร์ ในประเทศญี่ปุ่น เราจึงมั่นใจว่าร้านลอว์สัน 108 จะให้การบริการถูกใจผู้บริโภคชาวไทย”

“แผนความร่วมมือและธุรกิจของเราจะสร้างมิติใหม่ของร้านค้าคอนวีเนียนท์สโตร์ในประเทศไทยและสามารถสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจนี้ ในอนาคตเราจะกลายเป็นผู้นำที่ไม่มีใครเทียบได้ในกลุ่มธุรกิจนี้” คุณบุณยสิทธิ์ กล่าวเสริม

ร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ลอว์สัน 108 จำหน่ายสินค้าที่สดใหม่ ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสินค้าคุณภาพดีจากประเทศญี่ปุ่น

‘ลอว์สัน อิงค์’ ผนึกเครือสหพัฒน์ เปิดร้านลอว์สัน 108 ตั้งเป้า 50 สาขา

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง — จันทร์ที่ 2 กันยายน 2556 00:00:25 น.

นายทาเคชิ นินามิ CEO, representative director บริษัท ลอว์สัน อิงค์ เปิดเผยว่า บริษัท สหลอว์สัน จำกัด ร่วมทุนระหว่างเครือสหพัฒน์ และลอว์สัน อิงค์ ประกาศเปิดให้บริการร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ ลอว์สัน 108 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยที่ผ่านมา ร้านลอว์สัน 108 เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยนำร้านค้าของเครือสหพัฒน์มาปรับปรุง และภายหลังจากนี้บริษัทฯ จะขยายสาขาให้บริการในประเทศอย่างเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน พ.ศ.2556 โดยมีแผนที่จะเปิดให้บริการ 50 สาขาในปี พ.ศ.2556 และ 1,000 สาขาภายในอีก 5 ปีข้างหน้า

ร้านลอว์สัน 108 สาขาเอ็มโพริโอ เพลส คือหนึ่งในสาขาของร้านลอว์สัน 108 ที่ให้ความสำคัญกับการจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพและสดใหม่ในรูปแบบการตกแต่งร้าน ที่เน้นบรรยากาศที่ “สะดวกสบายและเป็นมิตร” ต่อผู้มาใช้บริการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคอนเซ็ปต์ร้านลอว์สัน 108 เพื่อสร้างความแตกต่างและเพื่อนำลอว์สัน 108 สู่ความเป็นผู้นำคอนวีเนียนท์สโตร์ในประเทศไทย

การเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย โดยทาง ลอว์สัน กรุ๊ป ได้ร่วมทุนในธุรกิจร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ ลอว์สัน 108 และพร้อมที่จะให้บริการสินค้าคุณภาพชั้นเลิศ และการบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าทุกท่าน จากประสบการณ์ความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่น และมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ดังเช่นปรัชญาของเราที่ว่า “เราจะเป็นผู้สร้างความสุข และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกชุมชน”

ไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นมากในภูมิภาคอาเซียน โดยในปี พ.ศ.2558 ตั้งเป้าหมายไว้ว่า เราจะวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์การขยายธุรกิจในภูมิภาค และยังมีเป้าหมายที่จะจัดตั้งประเทศไทยให้เป็นศูนย์พัฒนาสินค้าสำหรับภูมิภาคอาเซียน ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ เรายังวางแผนที่จะสร้างศูนย์ฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะของพนักงานของเรา และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้วัฒนธรรมในภูมิภาคอันจะนำไปสู่การบริการที่ดีให้แก่ลูกค้าในอนาคต

บริษัทฯ ได้จัดเตรียมแผนที่จะนำเทคโนโลยีที่ใช้ในร้านคอนวีเนียนท์สโตร์มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจในประเทศไทย โดยระบบดังกล่าวจะช่วยในการวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย และนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ ลอว์สัน 108 จำหน่ายสินค้าที่สดใหม่ ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสินค้าคุณภาพดีจากประเทศญี่ปุ่น เครือสหพัฒน์มีบริษัทหลากหลายกลุ่มธุรกิจภายในเครือฯ รวมถึงบริษัทร่วมทุนกับญี่ปุ่นซึ่งมีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน ครั้งนี้เครือฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจค้าปลีกที่เป็นทิศทางความต้องการของตลาด อีกทั้งบริษัทลอว์สันเป็นผู้มีประสบการณ์ธุรกิจคอนวีเนียนท์สโตร์ ในประเทศญี่ปุ่น เราจึงมั่นใจว่าร้านลอว์สัน 108 จะให้การบริการถูกใจผู้บริโภคชาวไทย

“แผนความร่วมมือและธุรกิจของเราจะสร้างมิติใหม่ของร้านค้าคอนวีเนียนท์สโตร์ในประเทศไทย และสามารถสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจนี้ ในอนาคตเราจะกลายเป็นผู้นำที่ไม่มีใครเทียบได้ในกลุ่มธุรกิจนี้” นายบุณยสิทธิ์ กล่าว

Lawson in Asean push

Bangkok post newspaper, 31-Aug-13

Japanese chain sees Thailand as future hub

Lawson Inc, Japan’s second-largest convenience store chain, plans to spend 9 billion baht to expand across Asean in the next five years, using Thailand as its regional hub. Takeshi Niinami, chief executive…

Takeshi Niinami, chief executive and representative director of Lawson Inc, said during a visit to Bangkok on Friday that Lawson plans to raise the number of stores in Asean to 5,000 within five years,…

Of the total, 1,000 stores are planned for Thailand alone. The Asean expansion will come in the form of Lawson’s own investment, by joint ventures with local partners, or via mergers and acquisitions.

Saha Group, Thailand’s biggest consumer goods conglomerate, will be Lawson’s key partner in the expansion. Lawson Inc began expanding abroad with its first store in China in 1998 and now has 400 in that country.

The company earlier planned to have 10,000 stores in China within five year, but the country’s economic slowdown forced a pullback to 2,000.

“We want to shift our focus to Asean to cash in on the huge consumer purchasing power after the Asean integration in 2015,” said Mr.Niinami

“Thailand will remain a dominant, critical country for Asean and even more so after 2015. We did not come here just to open stores. We are here to position Thailand as a strategic base to expand our business, procure products and set up a merchandise development centre for Asean.”

Lawson’s Thai operation is headed by Saha Lawson Co, a joint venture with Saha Group. The company’s Thai stores are branded Lawson 108 due to Thais’ familiarity with 108 Shop, a convenience store under Saha Pathanapibul.

So far, 13 Lawson 108 stores have opened in Bangkok, with the figure to rise to 50 by year-end. Lawson 108 has set a sales goal of 10 billion baht when the number of stores reaches 1,000 by 2018.

Various Japanese retailers have entered the Thai market in the past few decades, but only three – Isetan, Tokyo and MaxValu – remain afloat.

Lawson Inc, second only to 7-Eleven in terms of Japanese convenience store business, achieved revenue of US$20 billion last year. Half the total stemmed from sales of imported items, them coming from Thailand.

Lawson yesterday officially opened its new Lawson 108 shop in The Emporio Place on Sukhumvit Soi 24. The 120-square-metre store has food, grocery items and drinks such as Japanese sake, wine and health foods.

Some 20% of products at Lawson 108 are supplied from Japan, with half coming from local merchandisers.

Saha Lawson JV plans to expand convenience-store chain in Asean

The Nation August 31, 2013 1:00 am
From left, Boonchai Chokwatana, president of Saha Patanapibul, Boonsithi Chokwatana, chairman of Saha Group, Takeshi Niinami, CEO and representative director of Lawson Inc, and Koreaki Tamura, managing director of Saha Lawson, join in a traditional kagami

From left, Boonchai Chokwatana, president of Saha Patanapibul, Boonsithi Chokwatana, chairman of Saha Group, Takeshi Niinami, CEO and representative director of Lawson Inc, and Koreaki Tamura, managing director of Saha Lawson, join in a traditional kagami

After forming a joint venture in March with Saha Pathanapibul to operate the latter’s 108 Shops, Lawson Inc, operator of Japan’s second-largest convenience-store chain, has set out a plan for ambitious growth in Asean with Thailand as its regional base.

Takeshi Niinami, chief executive officer and representative director of Lawson, who in charge of the firm’s overseas business strategy, said yesterday that Thailand remained a dominant and strategically critical country in this region, and this would be even more the case after 2015. 

“We will position Thailand as a strategic base for expanding our business, and we are also aiming to set up a merchandise development centre for the ASEAN region, with the cooperation of various business partners. We also plan to establish a training centre to support skill development of our people and foster a learning culture in the region to contribute better to our customers.”

Boonsithi Chokwatana, chairman of Saha Group, said the partnership and business plan would create a new network of convenience stores across the Kingdom in the future and provide an alternative to the market.

Lawson will gradually convert Saha’s 108 Shop convenience-store chain into Lawson 108s. It will renovate some existing shops and build some new ones in Bangkok and nearby provinces. 

Lawson 108 will offer fresh original food and merchandise with high-standard Japanese quality using the best raw ingredients, according to the company. 

Saha Lawson Co yesterday opened its first Lawson 108 store at The Emporio Place in Bangkok. 

Boonsithi said the company would accelerate its store-expansion plan from September. It plans to open 50 Lawson 108 stores this year and have 1,000 across the country within five years. It expects the cost per branch to be Bt5 million, he said.

Furthermore, Saha Lawson will provide attractive products and services tailored for the food culture and the customer’s needs in Thailand. It will bring proven expertise and excellence from Japan, which is well accepted in Thailand. 

“We are applying the technology of Lawson in Japan to leverage Lawson 108 in Thailand. The technology will help analyse the requirements of Thai consumers, and this will lead to product development to tap [new] customers,” he said. 

Boonsithi said the company was conducting a feasibility study on opening Lawson 108s in Myanmar because consumer spending is rising there. 

Lawson’s overseas network at present is in China, Indonesia and Thailand.

Saha Pathanapibul, a giant in consumer products and a listed company, reported net profit in the second quarter of Bt395.15 million, up from Bt305.62 million in the same quarter last year. The net profit in the first half was Bt690.35 million against Bt515.51 million year on year.

“สหพัฒน์” ทุ่ม 2,000 ล้านใน 5 ปีลุยคอนวีเนียน “ลอว์สัน” ลั่นดันไทยเป็นฐานรุกอาเซียน

ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 30 สิงหาคม 2556

 

ในภาพ (จากซ้าย) คุณบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน), คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์, มร. ทาเคชิ นินามิ CEO, representative director บริษัท ลอว์สัน อิงค์ และ มร. โครีอากิ ทามุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สห ลอว์สัน จำกัด ร่วมทุบถังสาเกฉลองการเปิดให้บริการร้านลอว์สัน 108 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

“สหพัฒน์” ลั่นไม่หวั่นเศรษฐกิจตกต่ำ ย้ำลงทุนร่วมหอลงโรงกับลอว์สันญี่ปุ่นเพื่ออนาคต สร้างความแข็งแกร่งให้แก่ค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ ลั่น 5 ปีจากนี้เปิดครบ 1,000 แห่ง งบลงทุน 2,000 ล้านบาท ด้านลอว์สันชูไทยเป็นฐานที่มั่นรุกตลาดอาเซียน

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า การที่เครือสหพัฒน์ร่วมลงทุนกับกลุ่มลอว์สัน อิงค์ ญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท สห ลอว์สัน จำกัด ขึ้นมาเพื่อรุกตลาดคอนวีเนียนสโตร์ในไทยในนาม ร้านลอว์สัน 108 กับร้าน 108 ชอปนั้นเพื่อต้องการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ของสหพัฒน์ เนื่องจากในตลาดคู่แข่งใหญ่อย่างแบรนด์เซเว่นอีเลฟเว่นก็อยู่ภายใต้กลุ่มซีพีที่แข็งแกร่ง หรือร้านแฟมิลี่มาร์ทที่เป็นญี่ปุ่นเหมือนกับเราก็อยู่ในกลุ่มเซ็นทรัลที่แข็งแกร่งเช่นกัน ดังนั้นหากสหพัฒน์ไม่ปรับตัวก็คงไม่สามารถต่อสู้ได้

“เรามองการลงทุนครั้งนี้เป็นระยะยาว ไม่ได้มองแค่ปัจจุบัน แม้ว่าเวลานี้ภาวะเศรษฐกิจของไทยจะตกลงและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงแต่ก็เป็นไปทั่วโลกหลายที่ อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจก็มีขึ้นมีลงอยู่แล้วเป็นไปตามรอบของมัน ที่ผ่านมา 10 กว่าปีตั้งแต่ไทยเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เราก็ผ่านมาแล้ว ช่วง 2-3 ปีก็จะเจอภาวะแย่ครั้งหนึ่งแล้วก็ดีขึ้น ดังนั้นการร่วมทุนกับลอว์สันเป็นคนละเรื่องกับเศรษฐกิจ แต่เราต้องการจะทำให้ค้าปลีกของเราแข็งแกร่ง และเราก็คุยกับทางลอว์สันมานานแล้ว”

ทั้งนี้ สหพัฒน์มีร้าน 108 ชอป ที่เป็นของตัวเองกับพันธมิตรรวมประมาณ 300 สาขา และมีสาขาอยู่ในพม่าอีกประมาณ 14 สาขา ซึ่งในพม่ามั้นยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนในไทยนั้นได้โอนร้าน 108 ชอปทั้งหมดเข้ามาอยู่ภายใต้การบริหารงานของบริษัทร่วมทุนที่ตั้งใหม่นี้ และที่ผ่านมาร้านลอว์สัน 108 ได้เริ่มเปิดบริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปีนี้แล้ว โดยการนำร้านเก่าของ 108 ชอปมาปรับปรุงเปลี่ยนชื่อร้านประมาณ 15 สาขา

ตามเป้าหมายระยะยาวภายใน 5 ปีจากนี้หรือภายในปี 2561 จะต้องมีร้านลอว์สันเปิดในไทยประมาณ 1,000 สาขา ด้วยงบลงทุนสูงถึง 2,000 ล้านบาท


ร้านลอว์สัน108ในไทยที่เอมโพริโอ สุขุมวิท 24

นายเวทิต โชควัฒนา ผู้บริหารที่ดูแลร้าน 108 ชอปของสหพัฒน์ กล่าวว่า มีแผนที่จะนำสาขาบางส่วนของ 108 ชอปแปลงมาเป็นร้านลอว์สัน 108 แต่คงไม่ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ทำเล และขนาดพื้นที่ที่มีอยู่เดิม ส่วนบางสาขาก็จะยังคงเป็น 108 ชอปเช่นเดิม และจะยังขยายตัวเช่นเดิม แต่คงจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม โดยการลงทุนจะมีตั้งแต่ 2-8 ล้านบาทต่อสาขา แล้วแต่ขนาดพื้นที่ ตั้งแต่ 50-200 ตารางเมตร อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตสหลอว์สันวางระบบและประกาศขายแฟรนไชส์ได้เมื่อใด ร้านโชวห่วยที่เป็นพันธมิตรเครือข่ายกับสหพัฒน์ที่สนใจจะเข้าร่วมเป็นแฟรนไชส์ก็ยินดี

สำหรับร้านลอว์สันใหม่ล่าสุดตั้งอยู่ที่เอ็มโพริโอเพลส สุขุมวิท 24 นายเวทิตกล่าวว่า สาขานี้มีพื้นที่ประมาณ 100 ตารางเมตร ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ้น มีสินค้าอาหารสด และของใช้ทั่วไป มีที่นั่งรับประทานอาหารด้วย ซึ่งเป็นสาขาที่เปิดใหม่ไม่ได้โอนจากร้าน 108 ชอป จากการทดลองเปิดมาได้ระยะหนึ่งพบว่ามียอดขายต่อบิลที่ 100 บาทต่อบิล สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 60 บาทต่อบิล มีปริมาณคนเข้าร้านเฉลี่ย 600 คนต่อวัน ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 700-800 คนต่อวัน จากเดิมที่ร้าน 108 ชอปเดิมมีรายได้เฉลี่ย 13,000 บาทต่อคนต่อสาขา มีปริมาณลูกค้าเข้าประมาณ 500 ครั้งต่อวัน

ภายในร้านลอว์สัน108

นายทาเคชิ นินามิ ซีอีโอบริษัท ลอว์สัน อิงค์ จากประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ลอว์สันจะใช้ธุรกิจที่ร่วมทุนกับสหพัฒน์ในไทยเป็นฐานในการรุกตลาดค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ในอาเซียน โดยจะเป็นทั้งศูนย์กลางของการพัฒนาสินค้า การอบรม และการพัฒนารูปแบบบริการใหม่ๆ ซึ่งก็มีการเจรจากับทางเครือสหพัฒน์บ้างแล้วเช่นกัน โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2566 หรืออีก 10 ปีจากนี้จะมีร้านลอว์สันเปิดรวมกัน 5,000 สาขาในกลุ่มประเทศอาเซียนนี้ และคาดว่าจะมีสาขาในไทยประมาณ 1,000 สาขาภายในปี 2562

ปัจจุบันร้านลอว์สันมีอันดับใหญ่เป็นที่สองของญี่ปุ่นรองจากเซเว่นอีเลฟเว่นในเซกเมนต์คอนวีเนียนสโตร์ โดยมีจำนวนสาขาในญี่ปุ่น 10,457 สาขาเมื่อสิ้นปี 2555 ขณะที่เซเว่นอีเลฟเว่นมีสาขาในญี่ปุ่นเมื่อสิ้นปี 2555 ประมาณ 14,005 สาขา ล่าสุดจำนวนสาขาของร้านลอว์สันในญี่ปุ่นเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 มีประมาณ 11,308 สาขา ครอบคลุมทั่ว 47 จังหวัดในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีสาขานอกญี่ปุ่นอีกประมาณ 466 สาขา กระจายอยู่ใน จีน 371 สาขา อินโดนีเซีย 83 สาขา ฮาวาย 3 สาขา และไทย 9 สาขา เมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม 2556

“ลอว์สันจะไม่กระโดดลงไปเล่นในตลาดหรือพื้นที่ที่แข่งขันรุนแรงอยู่แล้ว (เรดโอเชียน/Red Ocean) เพราะเรามองว่าตลาดคอนวีเนียนสโตร์ยังมีโอกาสและมีช่องว่างอีกมากที่เราจะเข้าไปลงทุนทั้งในตลาดเมืองไทยและในอาเซียน” นายทาเคชิกล่าว

ทั้งนี้ ร้านลอว์สัน 108 ในไทยจะยังคงมีรูปแบบ 3 แบบเช่นเดียวกับที่ญี่ปุ่น อีกทั้งจะมีการพัฒนาโมเดลใหม่ขึ้นมาด้วยเพื่อเป็นไปตามพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า โดย 3 โมเดลคือ 1. ร้านลอว์สันคอนวีเนียนสโตร์ทั่วไป 2. ร้านเนเชอรัลลอว์สัน เน้นขายสินค้าสุขภาพและความงาม 3. ร้านลอว์สัน 100 สโตร์ เน้นขายสินค้าอาหารสด พืช ผัก ผลไม้

ลอว์สันบุกไทยเล็งปูพรม1,000สาขาภายใน5ปี

 

 

 

 

alt
บริษัท สห ลอว์สัน จำกัด, บริษัท ร่วมทุนระหว่างเครือสหพัฒน์และลอว์สัน อิงค์ ประกาศเปิดให้บริการร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ ลอว์สัน 108 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

 โดยที่ผ่านมาร้านลอว์สัน 108 เปิดให้บริการมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยนำร้านค้าของเครือสหพัฒน์มาปรับปรุง และภายหลังจากนี้บริษัทฯจะขยายสาขาให้บริการในประเทศอย่างเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน พ.ศ.  2556 โดยมีแผนที่จะเปิดให้บริการ 50 สาขาในปีพ.ศ. 2556 และ 1,000 สาขาภายในอีก 5 ปีข้างหน้า
ร้านลอว์สัน 108 สาขาเอ็มโพริโอ เพลส คือหนึ่งในสาขาของร้านลอว์สัน 108 ที่ให้ความสำคัญกับการจำหน่าย “สินค้าที่มีคุณภาพและสดใหม่ในรูปแบบการตกแต่งร้านที่เน้นบรรยากาศที่  “สะดวกสบายและเป็นมิตร”  ต่อผู้มาใช้บริการ   ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของคอนเซปต์ร้านลอว์สัน 108 เพื่อสร้างความแตกต่างและเพื่อนำลอว์สัน 108 สู่ความเป็นผู้นำคอนวีเนียนท์สโตร์ในประเทศไทย
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังจะพบกับสินค้าที่มีคุณภาพซึ่งลอว์สัน 108 คัดสรรมาโดยเฉพาะเพื่อผู้บริโภคคนไทย ลอว์สัน 108 มีความเชี่ยวชาญในการคัดสรรวัตถุดิบจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อมาจำหน่ายในร้านลอว์สัน 108   อาทิ วัตถุดิบคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมจาก ฮอกไกโด ก็นำมาให้บริการที่ร้านลอว์สัน 108
บริษัทฯ ได้จัดเตรียมแผนที่จะนำเทคโนโลนยีที่ใช้ในร้านคอนวีเนียนท์สโตร์มาประยุต์ใช้กับธุรกิจในประเทศไทย โดยระบบดังกล่าวจะช่วยในการวิเคราห์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการให้ตรงความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด
นายทาเคชิ นินามิ  CEO, representative director  บริษัท ลอว์สัน อิงค์  กล่าวว่า “ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย โดยทาง ลอว์สัน กรุ๊ป       ได้ร่วมทุนในธุรกิจร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ ลอว์สัน 108 และพร้อมที่จะให้บริการสินค้าคุณภาพชั้นเลิศ และการบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าทุกท่านจากประสบการณ์ความสำเร็จในประเทศญี่ปุ่นและมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ดังเช่นปรัชญาของเราที่ว่า “เราจะเป็นผู้สร้างความสุข และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกชุมชน”
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นมากในภูมิภาคอาเซี่ยน โดยใน ปีพ.ศ. 2558 เราได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า เราจะวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์การขยายธุรกิจในภูมิภาคและและเรายังมีเป้าหมายที่จะจัดตั้งประเทศไทยให้เป็นศูนย์พัฒนาสินค้าสำหรับภูมิภาคอาเซียน ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ เรายังวางแผนที่จะสร้างศูนย์ฝึกอบรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะของพนักงานของเราและส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้วัฒนธรรมในภูมิภาคอันจะนำไปสู่การบริการที่ดีให้แก่ลูกค้าในอนาคต”
นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา, ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า “เครือสหพัฒน์มีบริษัทหลากหลายกลุ่มธุรกิจภายในเครือฯ รวมถึงบริษัทร่วมทุนกับญี่ปุ่นซึ่งมีความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน ครั้งนี้เครือฯได้เล็งเห็นความสำคัญของธุรกิจค้าปลีกที่เป็นทิศทางความต้องการของตลาด อีกทั้งบริษัทลอว์สันเป็นผู้มีประสบการณ์ธุรกิจคอนวีเนียนท์สโตร์ ในประเทศญี่ปุ่น เราจึงมั่นใจว่าร้านลอว์สัน 108 จะให้การบริการถูกใจผู้บริโภคชาวไทย”
“แผนความร่วมมือและธุรกิจของเราจะสร้างมิติใหม่ของร้านค้าคอนวีเนียนท์สโตร์ในประเทศไทยและสามารถสร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจนี้ ในอนาคตเราจะกลายเป็นผู้นำที่ไม่มีใครเทียบได้ในกลุ่มธุรกิจนี้” คุณบุณยสิทธิ์ กล่าวเสริม
ร้านคอนวีเนียนท์สโตร์ลอว์สัน 108 จำหน่ายสินค้าที่สดใหม่ ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสินค้าคุณภาพดีจากประเทศญี่ปุ่น
วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2013 -คอลัมน์ : ข่าวในประเทศ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

สหพัฒน์เปิดตัว LAWSON 108 เตรียมขยายสาขากว่า 50 แห่งทั่วไทย

alt

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 30 สิงหาคม 2556 นี้ นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์และ นายนินามิ ทาเคชิ ซีอีโอลอว์สันอิงค์ ร้านสะดวกซื้อรายใหญ่จากญี่ปุ่น จะประกาศความร่วมมือและเปิดให้บริการร้านสะดวกซื้อ LAWSON 108 ที่ซอยสุขุวิท 24 กรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ โดยมีแผนจะเปิดให้บริการสาขาอีกกว่า 50 สาขาประเทศไทยภายในปีนี้

ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ วันที่ 24/8/56

‘บีมี-แฮปปี้’ระเบิดศึกชิงแชร์ชุดชั้นใน

ระเบิดศึกตลาดบราไฟติ้งแบรนด์   “ไอ.ซี.ซี.” โหมขยายจุดขาย “บีมี” ผ่านโลตัส-บิ๊กซีอีก 100 แห่ง หลังสาวๆแห่ซื้อชุดชั้นในเสริมเซ็กซี่  พร้อมปรับแผนเสริมพอร์ตสินค้าคอลเลกชันใหม่กระตุ้นตลาด

altหลังพบครึ่งแรกตลาดชะลอตัวจากภาวการณ์กำลังซื้อทรุด  ด้าน “ซาบีน่า” ไม่ยอมแพ้ คลอดไฟติ้งแบรนด์น้องใหม่ “แฮปปี้” ท้าชน แย่งแชร์ตั้งแต่วัยรุ่นยันสาวใหญ่ ชี้ตลาดบนห้างยังคงเติบโตต่อเนื่อง มั่นใจสิ้นปีโกยยอด 200 ล้าน
นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการผลิตภัณฑ์วาโก้ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในแบรนด์วาโก้ และ บีมี เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แบรนด์ชุดชั้นในน้องใหม่อย่าง บีมี (B’me by Wacoal) ที่บริษัทเพิ่งเปิดตัว เจาะตลาดระดับล่างและขยายฐานลูกค้าของบริษัทให้กว้างยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน อายุตั้งแต่ 25-35 ปี โดยจะวางขายในราคาเฉลี่ย 300-500 บาท  ในช่องทางโลตัส บิ๊กซี และเซเว่นอีเลฟเว่น (เฉพาะกางเกงใน) ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี  ทำให้บริษัทมีแผนขยายจุดจำหน่ายในโลตัสและบิ๊กซีให้ได้ 100 สาขาภายในสิ้นปีนี้
ทั้งนี้สำหรับการทำตลาดของบีมีนับจากนี้จะสื่อสารไปยังผู้บริโภคผ่านสื่อต่างๆด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 30 ล้านบาท โดยมีตัวพรีเซนเตอร์อย่าง ปู- ไปรยา  ที่สะท้อนถึงความเซ็กซี่ และเรียบง่ายของแบรนด์ ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย
โดยกลยุทธ์การทำตลาดชุดชั้นในในครึ่งปีหลัง บริษัทมุ่งกระตุ้นตลาดให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเตรียมเปิดตัววาโก้ คอลเลกชันใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้กลับมามีอารมณ์ในการจับจ่ายมากยิ่งขึ้น  ควบคู่กับการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อนำมาปรับเปลี่ยนวิธีการทำตลาดของวาโก้ให้ได้ผลตอบรับที่ดีที่สุด
ขณะเดียวกันจะขยายช่องทางการจำหน่ายสู่ดิสเคาต์สโตร์ เพื่อเป็นการขยายฐานของตลาดชุดชั้นในวาโก้ ให้ครอบคลุมในทุกช่องทางมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ปัจจุบันวาโก้ถือเป็นผู้นำตลาดในช่องทางห้างสรรพสินค้าด้วยส่วนแบ่งตลาดกว่า 60% จากมูลค่าตลาดชุดชั้นในบนห้างทั้งสิ้น 6 พันล้านบาท โดยคาดการณ์ว่าจนถึงสิ้นปีมูลค่าตลาดรวมน่าจะเติบโตเพียงแค่ 1-2% เนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่มีสัญญาณดีขึ้น ขณะที่ภาพรวมของวาโก้เองตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 10%
“ภาพรวมตลาดชุดชั้นในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมานั้น มีอัตราการเติบโตเพียงตัวเลขหลักเดียวเท่านั้น จากปีที่ผ่านมาที่มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 10% โดยปัจจัยหลักมาจากผลกระทบในเรื่องกำลังซื้อที่ลดลงของผู้บริโภค จากนโยบายของภาครัฐไม่ว่าจะเป็น นโยบายรถยนตร์คันแรก  และค่าแรง 300 บาท ที่ช่วงชิงกำลังซื้อของผู้บริโภคไป ส่งผลกระทบให้ผู้คนส่วนหนึ่งตกงาน และรายได้ที่คาดว่าน่าจะได้รับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้กำลังซื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด”
อย่างไรก็ตามสำหรับเทรนด์การเลือกซื้อชุดชั้นในของผู้หญิงในยุคปัจจุบันนั้น ทุกเซ็กเมนต์ได้รับความนิยมอย่างทั่วถึง เนื่องจากชุดชั้นในแต่ละประเภทก็ถูกนำมาใช้ในโอกาสที่แตกต่างกันไป ขณะเดียวกันหากวัดตามจำนวนยอดขายแล้ว กลุ่มที่โดดเด่นมากที่สุด คือกลุ่มชุดชั้นในแบบเซ็กซี่ และแบบเก็บกระชับ กำลังเป็นกลุ่มที่มาแรงและได้รับความนิยมสูงสุด
ด้านนายอมรเทพ อสีปัญญา ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดชั้นในแบรนด์ ซาบีน่า เปิดเผยว่า  แนวโน้มตลาดชุดชั้นในผ่านช่องทางห้างค้าปลีกขนาดใหญ่หรือห้างไฮเปอร์มาร์เก็ตมีทิศทางที่ดีขึ้น บริษัทจึงเห็นโอกาสในการทำตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว โดยล่าสุด “ซาบีน่า” ได้เปิดตัวชุดชั้นในใหม่ ภายใต้แบรนด์ แฮปปี้ ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่ราคาขาย รูปแบบสินค้าที่หลากหลาย ทั้งชุดชั้นในแบบเบสิกและแฟชั่น สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่มตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่
ส่วนแนวทางการทำตลาดนั้น บริษัทจะชูกลยุทธ์ด้านราคาและคุณภาพสินค้า ภายใต้แนวคิด ‘แฮปปี้  3  ราคาโดนใจ” โดยกำหนดราคาขายไว้ที่ 349 บาท 399 บาท และ 459 บาท วางจำหน่ายผ่านช่องทางห้างไฮเปอร์มาร์เก็ต ทั้งเทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, บิ๊กซี เอ็กซ์ตร้าและห้างแม็คโคร รวมกว่า 301 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
“ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เป็นช่องทางขายที่มีอัตราการเติบโตที่ดี เนื่องจากเราพบว่า ลูกค้าในกลุ่มแมส นิยมเลือกซื้อสินค้า เราจึงพัฒนาชุดชั้นในแฮปปี้ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าไฮเปอร์มาร์เก็ต   ที่ต้องการชุดชั้นในที่มีดีไซน์ล้ำสมัย คุณภาพที่คุ้มค่ากับราคา ซึ่งมั่นใจว่า การเปิดตัวชุดชั้นในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าวอย่างแน่นอน”
โดยการเปิดตัวครั้งนี้ บริษัทได้จัดกิจกรรมเต็มรูปแบบทั้งการโฆษณาผ่านสื่อวิทยุ  กิจกรรมส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย โดยจัดโปรโมชันส่งซื้อครบ 1 พันบาท รับฟรีกระเป๋าแฮปปี้แบ็ค (HaBpy Bag) มูลค่า 250 บาท เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการซื้อ ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลักดันยอดขายชุดชั้นในแบรนด์ แฮปปี้ ภายในสิ้นปีนี้ได้ 200 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,858 วันที่  4  – 6   กรกฎาคม  พ.ศ. 2556

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.