ธุรกิจงัด”แผนเฉพาะกิจ”ไตรมาส1 รัดเข็มขัด-โหมออนไลน์-เข้มรักษาฐานลูกค้าเดิม

updated: 20 ม.ค. 2557 เวลา 15:30:43 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ธุรกิจปรับกระบวนรบรับมือไตรมาส 1 หวังพลิกสถานการณ์ ชะลอทำกิจกรรมตลาด หันมุ่งจัดการภายใน สหพัฒน์เดินเกมลดต้นทุน ปรับกระบวนการคิด ด้านกิฟฟารีนเพิ่มงบฯสื่อออนไลน์ เพิ่มน้ำหนักเทรนนิ่งพนักงาน สมาคมผู้ค้าปลีกไทยชี้ผลกระทบค้าปลีกย่านชุมนุม 5-7% แต่ค้าปลีกรอบนอกยังโต ด้านนักการตลาดแนะจัดโปรโมชั่นระบายสต๊อกเก่า พร้อมรักษาฐานลูกค้าเดิม

สถานการณ์การเมืองที่ส่อแววยืดเยื้อ และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ ทำให้หลายธุรกิจต้องปรับแผนรอบใหม่ งัดกลยุทธ์เฉพาะกิจเพื่อรับมือกับภาวะยุ่งเหยิงในปัจจุบัน โดยเฉพาะแผนในไตรมาส 1 ได้รับผลกระทบชัดเจน

ที่เห็นชัดขณะนี้คือ การชะลอทำกิจกรรมตลาด ทั้งโฆษณาหรือออกสินค้าใหม่ และหันมาโฟกัสในด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับมู้ดการจับจ่ายของผู้บริโภค ซึ่งยังอยู่ในภาวะที่ไม่เอื้อในปัจจุบัน


หั่นรายจ่าย-เข้มลงทุน-ชูออนไลน์ 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้หลายธุรกิจฉวยจังหวะไตรมาส 1 ในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำตลาด ที่เห็นชัดคือ กลุ่มสหพัฒน์ โดยนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ส่วนตัวยังไม่คิดว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อยาวนานมาก และคาดว่าจะสามารถจบได้ภายใน 1 เดือน หรือสิ้นมกราคมนี้ โดยเชื่อว่าถ้าจบเร็ว ก็จะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นได้รวดเร็ว

สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตเหลือเพียง 8% จากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน จากปกติจะตั้งเป้าเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมีการเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายอยู่ที่ 4-5%

นายบุญชัย กล่าวว่า นโยบายการดำเนินงานขณะนี้ถือเป็นจังหวะเหมาะในการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยปีนี้จะใช้งบฯการตลาดน้อยลง เพราะไม่เหมาะกับการกระตุ้นตลาด เนื่องจากผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ในการจับจ่ายมากนัก

“กลยุทธ์เพื่อรับมือกับไตรมาสแรก คือได้เท่าไรเอาเท่านั้น เพราะมองว่าใช้งบฯเท่าไร ก็อาจจะไม่ได้ผล ซึ่งสถาพเช่นนั้นจะสร้างความเสียหายมาก นอกจากนี้ ยังเป็นช่วงปรับวิธีคิด กระบวนการต่าง ๆ อย่างเข้มงวดมากขึ้น ดูแลค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น”

เช่นเดียวกับกลุ่มขายตรง ซึ่งการทำตลาดในภาวะเช่นนี้ค่อนข้างยากลำบาก โดยหลายบริษัทมีการเพิ่มน้ำหนักทำธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวก

พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจขณะนี้เน้นการเทรนนิ่ง และจัดโปรโมชั่นภายในให้กับนักธุรกิจอย่างเต็มที่ ให้สมาชิกสามารถขยายงานได้ต่อเนื่อง รวมถึงการทำงานผ่านช่องทาง “ออนไลน์บิสซิเนส” เพื่อให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้นในช่วงที่มีการจราจรติดขัด

โดยสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองขณะนี้ ออนไลน์ถือเป็นเครื่องมือทำธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้เป็นช่องทางการสื่อสารข้อมูลให้กับนักธุรกิจ ขณะที่งบฯโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่วางไว้ 100 ล้านบาท จะชะลอไว้ใช้ในเดือนถัดๆ ไป เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

นายฤทธิ์ คิ้วคชา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คชา บราเธอร์ส จำกัด เจ้าของแบรนด์ไอศกรีมและขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น อาทิ สฟรี และเกียวโรลเอ็น เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ท่ามกลางการเมืองที่ไม่นิ่ง แม้การขยายสาขาหรือการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่จะทำอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้ การขยายสาขาบริษัทให้ความสำคัญกับโลเกชั่นมากที่สุด พื้นที่ต้องเป็นทำเลที่ดีมีศักยภาพ

“เราไม่ได้เป็นบริษัทมหาชน ไม่จำเป็นต้องทำตัวเลขมากมาย เป้าหมายของเราคือการเติบโตอย่างมั่นคง จึงไม่รีบร้อนที่จะต้องเปิดสาขาให้ได้มาก ๆ แต่จะเปิดเพราะมีความมั่นใจแล้วเท่านั้น”

ค้าปลีกย่านชุมนุมกระทบ 5-7% 
ด้านนางสาวบุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ยากที่จะตอบว่าจะจบลง หรือยืดเยื้อแค่ไหน ทำได้เพียงจับตา ความเคลื่อนไหวใกล้ชิด

ในแง่ภาพรวมค้าปลีก ผลกระทบจากเรื่องกำลังซื้อที่ซบเซายังเป็นประเด็นหลักที่น่าเป็นห่วง และท้าทายการทำธุรกิจตลอดปีนี้ ซึ่งภาวะการเมืองที่ยังไม่มีข้อยุติข้ามปี ทำให้ผู้ประกอบการต้องระดมการตลาดในทุกรูปแบบ เพื่อช่วงชิงยอดขายและกระตุ้นการจับจ่าย

จากการเก็บตัวเลขของพื้นที่ค้าปลีกในจุดที่สุ่มเสี่ยงทางการเมืองมีสัดส่วน 5-7% เมื่อเทียบกับพื้นที่ค้าปลีกทั่วประเทศ ซึ่งถ้าการเมืองสามารถจบได้เร็ว มองว่าการเติบโตของค้าปลีกยังมีทิศทางที่ดี แต่ถ้าสภาวะการเมืองยังคงยืดเยื้อ คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบ

อย่างไรก็ตาม มู้ดการจับจ่ายของตลาดในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย นักท่องเที่ยวหาย ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ปลายปีลดจำนวนลง แต่ในทางกลับกัน สัญญาณบวกจากค้าปลีกรอบนอกกรุงเทพฯ กลับมีแนวโน้มเติบโตดี รวมถึงมูลค่าการค้าชายแดนมีอัตราเพิ่มขึ้น ทำให้ภาพรวมค้าปลีกมีอัตราเติบโตอยู่บ้าง

ระบายสต๊อก-มุ่งฐานลูกค้าเดิม
ด้าน อ.ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ ประธานกรรมการบริหาร บ.ธรู เดอะไลน์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด นักสร้างแบรนด์และนักการตลาดชื่อดัง ระบุว่า สถานการณ์การเมืองที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ และเชื่อว่าจะลากยาวตลอดไตรมาสแรก ทำให้สินค้าหรือแบรนด์ควรชะลอการออกสินค้าใหม่ และโฟกัสไปที่การระบายสต๊อกสินค้าเก่า ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเศรษฐกิจ และการเมืองที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีที่ผ่านมา

“การเปิดตัวสินค้าใหม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ ยิ่งจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับแบรนด์สินค้ามากขึ้น”

สำหรับงบฯการตลาดในช่วงนี้ นักการตลาดควรใช้อย่างระมัดระวัง และควรย้ายไปที่กิจกรรมส่งเสริมการขายกับสินค้าที่ค้างสต๊อก ซึ่งหากต้องการให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้ออย่างฉับพลัน ก็อาจใช้กลยุทธ์การลดราคา หรือการให้ของแถม หรือหากต้องการให้เกิดการซื้อซ้ำ ก็อาจใช้การสะสมแต้มคูปองหรือแสตมป์ต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังมองโอกาสการเกาะกระแสไปกับมหกรรมกีฬาอย่างฟุตบอลโลก โดยใช้กลยุทธ์สปอนเซอร์ชิป และสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยแบรนด์ระบายสินค้า โดยอาจนำสินค้าไปพ่วงกับการทำกิจกรรมให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

อ.ธีรพันธ์กล่าวอีกว่า การโฟกัสมายังฐานลูกค้าเดิม ถือเป็นตัวเลือกที่ฉลาด เพราะลูกค้ามีความคุ้นเคยกับสินค้า และแบรนด์ก็มีข้อมูล พฤติกรรม ความชอบของลูกค้าอยู่แล้ว โดยพิจารณาจาก 1.คำนวณสินค้าที่เหลือในสต๊อก 2.ดูอายุของสินค้าและเลือกลำดับการระบายก่อน-หลัง 3.พฤติกรรมลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ 4.เลือกเครื่องมือการตลาดให้เหมาะสม อาทิ หากมีสินค้าค้างสต๊อกมาก อาจใช้วิธีขาย 3 แถม 1 เป็นต้น

การเมืองลากยาวฉุดงบฯโฆษณา
นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปา-ฮาคูโฮโด จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจโฆษณาปี 2556 เติบโตประมาณ 0.95% จากปี 2555 ขณะที่ไตรมาสแรกปีนี้ เห็นชัดว่าแบรนด์สินค้าต่าง ๆ มีการชะลองบฯโฆษณาลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวอาจยังไม่ชัดเจนมากนัก เพราะในช่วงมกราคมของทุกปี การใช้งบฯโฆษณาจะค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว คงต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

“ถ้าสถานการณ์การเมืองลากยาวจนถึงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม งบฯโฆษณาไตรมาส 1 ก็อาจจะไม่โต เพราะช่วงเวลาดังกล่าว ถือเป็นช่วงพีกของธุรกิจโฆษณา”

นายเขมทัตต์ กล่าวว่า การเติบโตของงบฯโฆษณาช่วงไตรมาส 1 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 2 ปีนี้ ต้องประเมินจาก 3 ปัจจัยหลักได้แก่ 1.สถานการณ์ทางการเมืองว่าจะลากยาวหรือไม่ 2.การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลที่จะเริ่มต้นปลายกุมภาพันธ์-มีนาคม ประกอบกับเป็นช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวผลผลิตของเกษตรกร ถ้าปีนี้ไม่มีงบฯจากภาครัฐลงไปในระบบ ก็จะส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจไม่เดิน

3.แบรนด์สินค้าอยู่ระหว่างรอ “ทีวีดิจิทัล”ที่จะออกอากาศประมาณกุมภาพันธ์และมีนาคมนี้ เพื่อรอดูคอนเทนต์ของแต่ละช่องว่าเป็นอย่างไร ประกอบกับฟรีทีวีที่ออกอากาศในระบบแอนะล็อกมีการปรับราคาโฆษณา ส่งผลให้เป็นช่วงที่ธุรกิจต้องพิจารณาแผนการตลาดอีกครั้ง

Posted on January 20, 2014, in K.Boonchai, Retail. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: