‘ธนูลักษณ์’เปิดเกมบุกตปท.

 ธนูลักษณ์  เดินหน้าทำตลาดต่างประเทศเพิ่มยอดขาย  เตรียมลงทุนจัดตั้งบริษัทดิสตริบิวเตอร์ในเวียดนามและฟิลิปปินส์ หลังปักหมุดแล้วในอินโดนีเซีย  พร้อมขนแบรนด์ไลเซนส์เข้าทำตลาดเพิ่มอีก 2-3 แบรนด์  และปั้นแบรนด์ตนเองลุยตลาดในประเทศ
สุพจน์  ภควรวุฒิสุพจน์ ภควรวุฒิ    นายสุพจน์  ภควรวุฒิ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”  ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังว่า  จะมุ่งเน้นการทำตลาดในต่างประเทศ  เพื่อเพิ่มยอดรายได้จากต่างประเทศให้เพิ่มมากขึ้น  โดยจะเน้นการหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มมากขึ้น ในตลาดเดิมที่บริษัทส่งสินค้าออกไปทำตลาด  ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประเทศยุโรป  อเมริกา ญี่ปุ่น  เกาหลี  และกลุ่มประเทศอาเซียน  ซึ่งน่าจะส่งผลให้เพิ่มสัดส่วนยอดขายจากปัจจุบันมี 35%  เพิ่มขึ้นเป็น 36%  จากยอดขายรวมในปีที่ผ่านมาที่มีกว่า 2.4 พันล้านบาท

“ช่วงครึ่งปีแรกตลาดสินค้าแฟชั่นยังซบเซาอยู่  ด้วยเหตุการณ์บ้านเมือง  ปัญหาการเมือง ตอนนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น  เชื่อว่าช่วงปลายปีนี้น่าจะดีขึ้นมากกว่านี้  โดยเฉพาะถ้ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากขึ้น  ครึ่งปีหลังน่าจะคึกคัก  ซึ่งบริษัทได้ให้ความสำคัญกับการส่งออก  เนื่องจากบริษัทมีจุดแข็งในเรื่องของธุรกิจต้นน้ำ  ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจปั่นด้ายหรือทอผ้า ทำให้ได้เปรียบในเรื่องซัพพลายเชน  นอกจากนี้ยังจะเน้นการหาลูกค้าเพิ่มมากขึ้น  โดยการจัดเอ็กซิบิชันในต่างประเทศ  โดยไม่รองานแฟร์ที่ปกติบริษัทก็ออกไปร่วมงานปีละ 6 ครั้งอยู่แล้ว  เป็นการใช้นโยบายการทำตลาดเชิงรุก”

นอกจาก บริษัทจะเน้นการส่งออกแล้ว  ยังได้เตรียมเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ  ด้วยการเปิดบริษัทดิสตริบิวเตอร์ร่วมกับกลุ่มนักลงทุนท้องถิ่นในต่างประเทศ โดยในช่วงปลายปีที่ผ่านมาได้ร่วมทุนกับนักลงทุนในประเทศอินโดนีเซียจัดตั้งบริษัทดิสตริบิวเตอร์ขึ้น  โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 50%  เพื่อทำตลาด  ซึ่งปีนี้ในประเทศอินโดนีเซียน่าจะทำยอดขายได้ 200 ล้านบาท  ที่ใช้แบรนด์สินค้ากีลาโรชเข้าไปทำตลาด  ขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม และฟิลิปปินส์  บริษัทก็ส่งสินค้าเข้าไปจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ 2-3 รายด้วย   โดยนำสินค้าเสื้อผ้าเด็กแบรนด์  CADEAU เข้าไปทำตลาด เป็นต้น ส่วนในอนาคตจะจัดตั้งบริษัทดิสตริบิวเตอร์ขึ้นด้วย
ด้านตลาดภายในประเทศ  นายสุพจน์  กล่าวว่า  บริษัทยังคงพัฒนาแบรนด์ของตนเองออกมาทำตลาด  รวมถึงการซื้อไลเซนส์แบรนด์สินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่องควบคู่กันไป  รวมถึงการหาช่องทางการตลาดในรูปแบบใหม่ การขยายการทำตลาดกับสินค้าแบรนด์เดิมที่มีอยู่  และการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง   โดยแบรนด์สินค้าใหม่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาคาดว่าจะนำเข้าไลเซนส์แบรนด์เข้ามาทำตลาดเพิ่มอีก 2-3 แบรนด์จากกลุ่มประเทศยุโรปในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า
“บริษัทยังได้พัฒนาแบรนด์สินค้าของตนเองพร้อมกับพยายามหาช่องทางการทำตลาดในรูปแบบใหม่ด้วย  อาทิ  แบรนด์กระเป๋าและเครื่องหนังแดซ (DAZZ)ที่ทำออกมาเพื่อข่ายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเดียว โดยปลายปีจะผลิตอีก 1 คอลเลกชัน ล่าสุดบริษัทได้ลงทุน 50-60 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องคัดแยกสินค้าเพื่อพัฒนาระบบการจัดส่งสินค้าที่จะติดตั้งเสร็จในเดือนหน้านี้”จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,964 วันที่ 10 – 12 กรกฎาคม  พ.ศ. 2557

Posted on July 8, 2014, in Uncategorized. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: