สหพัฒน์โหมอี-คอมเมิร์ซปั้นแบรนด์แฟชั่นป้อนลูกค้าสายพันธุ์ใหม่

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฏาคม 2014 เวลา 19:35 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ
การตลาด MARKETING- คอลัมน์ : การตลาด MARKETING

เครือสหพัฒน์ ปรับกระบวนยุทธ์ ซุ่มปั้นแบรนด์แฟชั่นกระเป๋า- เสื้อผ้ารับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่  ประเดิมแจ้งเกิด “DAZZ”  ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก จับสาวยุค 2014  พร้อมเปิดตัวเครื่องหนังผู้ชาย “สเตฟาโน เชลินี” หลังย่องจดลิขสิทธิ์ที่อิตาลี  มั่นใจ 5-10 ปี เพิ่มสัดส่วนยอดขายได้  1 ใน 3 ของรายได้รวม  ขณะที่ วีนฯ สร้างแบรนด์เลอวีด้า  ลุยแฟชั่นสตรีผ่านทุกสื่อออนไลน์alt

ดร.ภัทร  ปทุมารักษ์  กรรมการบริหาร  บริษัท  โอซีซี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าในเครือสหพัฒน์  เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า  จากนโยบายของนายบุญยสิทธิ์  โชควัฒนา ประธานเครือเครือสหพัฒน์ ที่ย้ำชัดให้บริษัทในเครือพัฒนาแบรนด์สินค้าใหม่ เพื่อขยายตลาดไปสู่กลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น  ส่งผลให้บริษัทในเครือเริ่มพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าวมากขึ้น โดยล่าสุดบริษัทร่วมกับบริษัท   เซเลเบรท เว็ลธ จำกัด ในเครือสหพัฒน์  พัฒนาสินค้าแบรนด์เอรา วอน เกิร์ลเฟรนด์ (Era-won Girlfriend) ซึ่งเป็นสินค้าสำหรับผู้หญิงออกจำหน่าย  จากก่อนหน้าที่บริษัท เซเลเบรท เว็ลธฯ ได้พัฒนาสินค้าผู้ชายออกมาจำหน่ายจนประสบความสำเร็จ

สำหรับแนวทางการทำตลาดของแบรนด์เอรา วอน เกิร์ลเฟรนด์  จะมุ่งเน้นการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก และสื่อออนไลน์ พร้อมกับขยายจุดจำหน่ายเพิ่มในส่วนของร้านและเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า    ซึ่งรูปแบบร้านบริษัทวางแผนขยาย 3 สาขาร่วมกับเครื่องสำอางแบรนด์เคเอ็มเอ (KMA) ของบริษัทเปิดร้านในรูปแบบบิวตี้ไลฟ์สไตล์  ที่จำหน่ายทั้งเครื่องสำอางและเสื้อผ้า   โดยเตรียมเปิดที่ห้างเอสคิว 1 สยามสแควร์,  คอมมิวนิตี้มอลล์ เจ พาร์ค ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์  ส่วนการเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าวางแผนขยาย 3-5 สาขาภายในสิ้นปีนี้
ขณะที่นายสุพจน์  ภควรวุฒิ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า  ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทภายใต้นโยบายของผู้บริหารเครือสหพัฒน์  มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ของตนเองพร้อมกับหาไลเซนส์แบรนด์ที่มีศักยภาพ  มาทำตลาดในช่วงทางพิเศษอื่นๆ นอกจากห้างสรรพสินค้าเพิ่มมากขึ้น  โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ที่ถือเป็นช่องทางใหม่ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจและมีทิศทางการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“บริษัทได้พัฒนาแบรนด์กระเป๋าและเครื่องหนังแดซ (DAZZ) ขึ้นมาเพื่อขายช่องทางออนไลน์อย่างเดียว ในรูปแบบอี-คอมเมิร์ซ  โดยใช้ความรู้จากการผลิตและพัฒนาเครื่องหนังที่มีมานาน  พัฒนาแบรนด์ของตนเอง ซึ่งจะไม่ขายในห้าง  ซึ่งเปิดตัวมาได้กว่า 1 เดือนแล้วปัจจุบันมีแฟนเพจเฟซบุ๊กกว่า 1 พันคน  มียอดซื้อเฉลี่ยต่อบิล 1 หมื่นบาท  ซึ่งราคาขายสินค้าจะมีตั้งแต่ 3-6 พันบาท  ช่วงครึ่งปีหลังนี้คงทำตลาดและลงสื่อโฆษณาในช่องทางออนไลน์มากขึ้น  รวมถึงการขายผ่านเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซด้วย เช่น ลาซาดา เป็นต้น”
ล่าสุด  บริษัทได้ลงทุน 50-60 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องคัดแยกสินค้าเพื่อพัฒนาระบบการจัดส่งสินค้าที่จะติดตั้งเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้  ขณะเดียวกันบริษัทยังได้พัฒนาแบรนด์สินค้าเครื่องหนังสำหรับผู้ชายขึ้นมาทำตลาดเพิ่มอีก 1 แบรนด์ ชื่อ สเตฟาโน เชลินี (Stefano Cellini) และได้จดลิขสิทธิ์ไว้ที่ประเทศอิตาลี ซึ่งเตรียมทำตลาดอย่างจริงจังในช่วงครึ่งปีหลัง  โดยเปิดเป็นร้านจำหน่ายโดยเฉพาะไม่ขายผ่านเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า   ซึ่งแบรนด์นี้วางเป้าหมายจับกลุ่มนักธุรกิจและคนวันทำงาน  สินค้าเริ่มต้นจำหน่ายในระดับราคา 1.5 พันบาทขึ้นไป   ซึ่งสัดส่วนยอดขายแบรนด์ใหม่และช่องทางใหม่ คาดว่าจะทำได้ 1-2% ในช่วงปีแรก  แต่คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของรายได้รวมภายใน 5-10 ปี
ส่วนนางศิริวรรณ วิลาสศักดานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น อาทิ เวียนนา, เลอวีด้า  ในเครือสหพัฒน์   กล่าวว่า  จากเทรนด์ของตลาดและผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่หันมาใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเป็นหลัก  ที่ส่งผลให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ประกอบกับนโยบายของผู้บริหารที่ต้องการเพิ่มยอดขายในช่องทางการตลาดใหม่  บริษัทจึงได้พัฒนาเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ใหม่ “เลอวีด้า” (L’VEDA) ซึ่งเป็นเสื้อผ้าสไตล์ smart sexy ที่มีลักษณะคล้ายชุดชั้นใน  ขายผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อจับตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ
“บริษัทมีทีมงานที่เชี่ยวชาญผลิตชุดชั้นในเวียนนาและวาโก้มานาน  จึงได้พัฒนาสินค้าแบรนด์เลอวีด้าขึ้น  พร้อมกับตั้งแผนกดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งเพื่อมาทำตลาดกับแบรนด์นี้โดยเฉพาะผ่านเฟซบุ๊ก,  เว็บไซต์,  ยูทูบ,  แอพพลิเคชันไลน์ และอินสตาแกรม  พร้อมกับมี “ยุ้ย – รัฐพร โชควัฒนา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวท์ฟรอนท์  จำกัด และเจ้าของร้านชานมไข่มุกนำเข้า “ชานัวร์” เป็นตัวแทนผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ไฟแรง ทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ในคอลเลกชันแรกนี้ด้วย  ซึ่งสินค้าผลิตออกจำหน่ายในระดับราคา 1-6 พันบาท  คาดว่าจะสามารถทำยอดขายเบื้องต้นได้เดือนละ 1 ล้านบาท”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,965 วันที่ 13 – 16 กรกฎาคม  พ.ศ. 2557

Posted on July 13, 2014, in ICC. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: