TOPs โละ’ซูเปอร์’ออกจากตลาด

ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 10 สิงหาคม 2557

ท็อปส์ เดินหน้าจัดระเบียบโมเดลร้านค้าใหม่ เตรียมโละ “ซูเปอร์” เหตุโพสิชันนิงไม่ชัดเจน ทำตลาดยาก ล่าสุดทุ่ม 120 ล้านเปิด “ซูเปอร์สโตร์”  พร้อมผนึกพันธมิตรในเครือขายสินค้ากว่า 8.5 หมื่นรายการ จับกลุ่มลูกค้าพรีเมียม ก่อนขยายเพิ่มอีก 2-3 แห่ง ต่อปี
นายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารร้านเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ , ท็อปส์ มาร์เก็ต ฯลฯ  เปิดเผยว่า นโยบายของบริษัทเน้นการพัฒนารูปแบบร้านค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา โดยล่าสุดบริษัทเปิดให้บริการร้านท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ ส่งผลให้บริษัทมีร้านค้าปลีกรวม 7 รูปแบบ ได้แก่ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ , ท็อปส์ มาร์เก็ต , ท็อปส์ ซูเปอร์ , ท็อปส์ เดลี่ , ท็อปส์ ซูเปอร์คุ้ม , ท็อปส์ ซูเปอร์คุ้มขายส่ง , ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ และร้านอีทไทย  ซึ่งเชื่อว่าโมเดลทั้งหมดจะครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม

    alt
อย่างไรก็ดี บริษัทมีแผนจะยกเลิกการทำโมเดลร้านท็อปส์ ซูเปอร์ใหม่ เพื่อสร้างความชัดเจนในการนำเสนอสินค้าและบริการแก่ลูกค้า ส่วนร้านท็อปส์ ซูเปอร์ ซึ่งเดิมมีอยู่ 32 สาขาจะถูกปรับเปลี่ยนเป็นร้านท็อปส์ มาร์เก็ต  9 สาขา และร้านท็อปส์ ซูเปอร์คุ้มอีก 23 สาขา ใช้งบลงทุนเฉลี่ยสาขาละ 1.5-2 ล้านบาท โดยขณะนี้เริ่มทยอยปรับเปลี่ยนแล้ว และคาดว่าจะปรับได้ทั้งหมดภายในเดือนกันยายนนี้ ยกเว้นบางสาขาที่ติดสัญญาระยะยาว

“โมเดลของท็อปส์ ซูเปอร์ถือว่าดี แต่ปัจจุบันพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนแปลงตลอด จึงต้องการสินค้าที่มากขึ้น มีความพึงพอใจมากขึ้น และต้องการความแตกต่างจากซูเปอร์มาร์เก็ตอื่น  ขณะเดียวกันก็มีคู่แข่งเกิดขึ้นมาก  การวางโพสิชันนิงของแบรนด์จึงต้องชัดเจน เมื่อการทำตลาดยากขึ้น  ทำให้บริษัทตัดสินใจเลิกรูปแบบนี้ พร้อมกับพัฒนาโมเดลใหม่ที่เชื่อว่าจะสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้ โดยรูปแบบล่าสุดที่บริษัทพัฒนาขึ้นคือ ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์ ซึ่งจะเปิดให้บริการในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ”
โดยท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์  ใช้งบลงทุนราว 120 ล้านบาท  เปิดให้บริการภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา บนพื้นที่ขนาด 4.5 พันตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “คุ้ม ครบ เพื่อคุณ”  โดยวางจำหน่ายสินค้ากว่า 8.5 หมื่นรายการ ในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากซูเปอร์สโตร์อื่น โดยผนึกพันธมิตรในเครือ อาทิ พาวเวอร์บาย , ซูเปอร์สปอร์ต  ฯลฯ โดยจัดแบ่งหมวดหมู่ออกเป็นแผนกต่างๆ อาทิ  My Media จำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยพาวเวอร์บาย , My Sport จำหน่ายสินค้ากีฬาโดยซูเปอร์สปอร์ต , My Home จำหน่ายเครื่องใช้ภายในบ้านโดยโฮมเวิร์ค , My Beauty แผนกเครื่องสำอาง , My Fashion แผนกแฟชั่น เป็นต้น ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมียอดขาย 100 ล้านบาทต่อเดือน และจะขยายสาขาในรูปแบบซูเปอร์สโตร์เพิ่มขึ้น 2-3 แห่งต่อปี
สำหรับผลประกอบการของบริษัทในครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีการเติบโต 9% ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้เดิม 10% โดยเป็นการเติบโตของสาขาเดิม 4%  ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง โดยในปีนี้บริษัทใช้เงินลงทุนรวมทั้งสิ้นราว 1 พันล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนขยายสาขาใหม่ 80% และอีก 20% เป็นการปรับปรุงสาขาและปรับเปลี่ยนสาขาในรูปแบบใหม่  โดยคาดว่าสิ้นปีนี้บริษัทจะมีสาขาในรูปแบบต่างๆรวม 148 สาขา จากปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 136 สาขา (ข้อมูลตามตาราง)

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,973 วันที่  10 – 13  สิงหาคม พ.ศ. 2557

Posted on August 10, 2014, in Convenient Store. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: