ศึก2ด้าน”ยูนิลีเวอร์”บาลานซ์ตลาด ปรับเกมรับแข่งเดือด-หนุน”โชห่วย”สู้โมเดิร์นเทรด

updated: 19 ส.ค. 2557 เวลา 12:05:14 น. ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

“ยูนิลีเวอร์” เดินเกมบาลานซ์พาวเวอร์ ออกแรงสุดตัว ปั้นโชห่วยโมเดลพิเศษ “ร้านติดดาว” หวังเป็นเวทีกระจายสินค้าใหม่-แคมเปญตลาด ลงลึกเจาะตรงถึงลูกค้า วงการชี้ตลาดแข่งขันรุนแรง ซัพพลายเออร์นั่งไม่ติด ต้องพึ่งทั้ง “โมเดิร์นเทรด-โชห่วย” ดันยอด

ตลาดสินค้าอุปโภค บริโภคมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ไม่เพียงภาพต่อสู้กันเองระหว่างซัพพลายเออร์ผู้ผลิตสินค้าเพื่อช่วงชิงยอด ขาย แต่ยังหมายถึงการสร้างความสมดุลของช่องทางขายและช่องทางการกระจายสินค้าทั้ง ในกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่-โมเดิร์นเทรด และช่องทางดั้งเดิม ยี่ปั๊ว-โชห่วย เหมือน กับที่ยักษ์ใหญ่ “ยูนิลีเวอร์” พยายามสานต่อและปลุกปั้นร้านค้าที่ร่วมโครงการ “ร้านติดดาว” ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา ด้วยการให้ความสนับสนุนร้านค้าปลีกรายย่อยกลุ่มนี้ในทุกรูปแบบ การบาลานซ์พาวเวอร์ดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่มีการประเมินตัวเลข รวมอย่างไม่เป็นทางการของสินค้าอุปโภค-บริโภค ผ่านช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งคาดว่าปัจจุบันน่าจะมีมูลค่าโดยประมาณอยู่ที่ 4.4 แสนล้านบาท

หนุน “ร้านติดดาว” แจ้งเกิด

แหล่ง ข่าวจากบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ได้เข้าไปร่วมพัฒนา “ร้านติดดาว” ถ่ายทอดความรู้ในการบริหารจัดการร้าน อาทิ การจัดวางสินค้า การทำโปรโมชั่น เน้นการเข้าถึงร้านค้าเก่าแก่ในแหล่งชุมชนที่ต้องการต่อสู้ให้อยู่รอด และมีความคิดเปิดกว้างจะร่วมพัฒนาร้านไปด้วยกัน

“แคมเปญนี้จะมีผลดี ต่อยอดขายของบริษัท แต่คอนเซ็ปต์ใหญ่ของยูนิลีเวอร์ คือ ถ้าร้านค้ารายย่อยอยู่ได้เราก็อยู่ได้ การทำธุรกิจของยูนิลีเวอร์เกี่ยวข้องกับผู้คนหลายภาคส่วน เราต้องสร้างการเติบโตไปด้วยกัน เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับทุกส่วนรวมทั้งการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ด้วย”

สำหรับร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการร้านติดดาว หลัก ๆ จะต้องวางจำหน่ายสินค้าของยูนิลีเวอร์อย่างน้อย 80% และมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการจัดการวางสินค้าได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน แคมเปญนี้นอกจากการกระตุ้นยอดการ ซื้อสินค้าในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสทำให้ผู้บริโภคได้ทดลองสินค้าดังกล่าวมากขึ้น

จัดแคมเปญหนุนโชห่วย 3 เดือน

ผู้ สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานทิศทางของยูนิลีเวอร์ว่า นอกจากจะมีโปรโมชั่นร่วมกับค่ายค้าปลีกรายใหญ่ ๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังหันมาให้ความสำคัญกับช่องทางที่เป็นเทรดิชันนอลเทรด หรือร้านค้าแบบดั้งเดิมมากขึ้น ล่าสุดคือ แคมเปญ “ซื้อปั๊บรับปุ๊บ” ยาวต่อเนื่อง 3 เดือน คาดว่าจะสร้างความตื่นตัวให้กับตลาดได้ไม่น้อย อาทิ เมื่อซื้อแชมพูซันซิล ผงซักฟอกบรีส น้ำยาปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ท สบู่ลักส์ ครีมบำรงผิวซิตร้า พอนด์ส น้ำยาล้างจานซันไลต์ ฯลฯ ในร้าน “ติดดาว” ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคมนี้ตามเงื่อนไข จะได้รับคอมฟอร์ท อโรมาเธอราพี คูลเฟรช 22 มล. 3 ซอง มูลค่า 12 บาทเป็นของแถม

นอกจากการแจกคอมฟอร์ท อโรมาเธอราพี จะสิ้นสุดในปลายเดือนสิงหาคม ในเดือนกันยายนยูนิลีเวอร์จะเปลี่ยนของแจกเป็นสบู่ลักส์ ขนาด 75 กรัม และเดือนตุลาคม เป็นน้ำยาปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ท อัลตร้า น้ำเดียว 24 มล. 3 ซอง มูลค่า 12 บาท

ตลาดใหม่-ลูกค้าใหม่

นาย สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โปรโมชั่นส่งเสริมการขายกับร้านค้ารายย่อยดังกล่าว เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการแจกสินค้าให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ และอาจเป็นช่องทางในการนำเสนอสินค้าใหม่ในอนาคตด้วย แต่ที่มากกว่านั้นคือ วันนี้ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีการแข่งขันกันสูงขึ้น นอกเหนือจากการพึ่งโมเดิร์นเทรดหรือยี่ปั๊ว ซัพพลายเออร์ก็ต้องหากิจกรรมเพื่อให้ธุรกิจตัวเองอยู่รอด ซึ่งอาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้โมเดล “ร้านติดดาว” เกิดขึ้นและเดินหน้าอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

การสร้างร้านติดดาว ยังเป็นอีกกลยุทธ์ในการสร้างเครือข่ายของตัวเองให้แข็งแรง เพื่อรักษาสมดุลกับการเติบโตของโมเดิร์นเทรดซึ่งปัจจุบันมีอำนาจในการต่อรอง กับซัพพลายเออร์ค่อนข้างมาก จากปัจจุบันยูนิลีเวอร์จำหน่ายสินค้าผ่านยี่ปั๊วและศูนย์กระจายสินค้าหรือคอนเซสชั่นแนร์ รวมกันในสัดส่วนมากกว่า 50%

นอกจากยูนิลีเวอร์ที่มีการเคลื่อนไหวดังกล่าว ขณะนี้ซัพพลายเออร์รายอื่นก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวในการทำกิจกรรมส่งเสริม การขายร้านค้าปลีกดั้งเดิมเช่นกัน

“แม้โมเดิร์นเทรดทั้งค้าปลีกราย ใหญ่และร้านสะดวกซื้อจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่เทรดิชั่นนอลเทรดโดยเฉพาะร้านค้าปลีกรายย่อย หรือโชห่วยยังคงมีความสำคัญ และคาดว่าจะมีสัดส่วนในตลาดค้าปลีกถึง 50% ประกอบกับโมเดิร์นเทรดยังไม่สามารถรองรับพฤติกรรมและสภาพกำลังซื้อของผู้ บริโภคทั้งหมดได้ ร้านโชห่วยยังคงตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนในรูปแบบที่ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ มีข้อจำกัด รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในการนำสินค้าเข้าไปจำหน่าย ขณะที่ร้านโชห่วยซัพพลายเออร์ไม่ต้องจ่ายอะไรให้กับร้านค้า เพียงแต่ต้องซัพพอร์ตเรื่องหน่วยรถ การกำหนดราคาขาย จัดโปรโมชั่นเท่านั้น” นายสมชายกล่าว

บาลานซ์อำนาจต่อรอง

แหล่งข่าวจากวงการ ยี่ปั๊วซาปั๊วอีกรายหนึ่งวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่าภาวะเศรษฐกิจที่ ชะลอตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา บวกกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ต้องปรับตัวในทุก ๆ ด้าน เพื่อฉีกหนีจากคู่แข่งและเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงผู้บริโภคด้วยกลยุทธ์ทาง การตลาดที่หลากหลายรูปแบบ เพื่อช่วงชิงยอดขายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นอกจากนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางจำหน่าย ก็เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ซัพพลายเออร์ให้ความสำคัญ ในการอำนวยความสะดวกในการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมและคอนโทรลการสต๊อกสินค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากยูนิลีเวอร์ที่พยายามสร้างสมดุลของตลาดให้เกิดขึ้น ที่ผ่านมา สหพัฒน์เป็นอีกค่ายหนึ่งที่ใช้แนวทางคล้าย ๆ กันนี้ เปิดร้านสะดวกซื้อ 108 ช็อป และลอว์สันเป็นของตัวเอง ขณะที่เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เป็นอีกค่ายหนึ่งที่พยายามสร้างเครือข่ายร้านค้าปลีกในเมืองไทยเช่นกัน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

Posted on August 20, 2014, in Retail. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: