“เอด้าซอฟท์” ส่ง More อัพเกรดร้าน “โชห่วย”

updated: 21 ส.ค. 2557 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สมาร์ทดีไวซ์กลายเป็นอุปกรณ์คู่กายคนในยุคปัจจุบันมากขึ้นทุกขณะ แต่ยังเป็นไปเพื่อความบันเทิง และการติดต่อสื่อสารมากกว่าที่จะนำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากนัก

วิษณุพงษ์ วงศ์วาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอด้าซอฟท์ จำกัด กล่าวว่า เจ้าของธุรกิจรายย่อย ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วย, ร้านกาแฟ ต่างมีสมาร์ทดีไวซ์ในมือ แต่มักใช้ประโยชน์จากโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อโปรโมตหรือการทำตลาดแบบออนไลน์ เท่านั้น ทั้งที่ทำอะไรได้อีกเยอะมาก จากช่องว่างนี้บริษัทได้พัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการร้านค้าปลีกที่ทำงานบน สมาร์ทดีไวซ์ได้ขึ้นมา

โปรแกรมดังกล่าวเรียกว่า “More” ทำงานเหมือนระบบ Point of Sale (POS) ที่ใช้ทั่วไป แต่ปรับให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น ใช้งานผ่านแท็บเลต สามารถเพิ่มสินค้าได้โดยง่ายเพียงถ่ายรูปและใส่ราคาเข้าไป เมื่อเจ้าของร้านถ่ายรูปแล้วแค่ใส่จำนวนสินค้านั้น ๆ ลงไป ระบบจะแสดงจำนวนคงเหลือของสินค้าแต่ละตัวเอาไว้ ทำให้บริหารจัดการสต๊อกง่ายขึ้นมาก และเจ้าของที่ไม่ได้เฝ้าร้านเอง หรือมีหลายสาขาก็สามารถรับรู้ข้อมูลการขายทั้งหมดได้ผ่านการฝากข้อมูลไว้บนระบบคลาวด์ ซึ่งเทียบกับระบบเดิมแล้วจะถูกกว่ามาก คิดค่าบริการ 900-1,900 บาทต่อเดือน จากเดิมที่ต้องลงทุนเครื่อง POS เป็นเงิน 3-5 หมื่นบาท

“ระบบนี้ยังติดตั้งได้ง่าย แค่โหลดแอปพลิเคชั่นมาไว้ในแท็บเลตก็เริ่มใช้ได้ทันที ถ้าใช้ครบทุกฟังก์ชั่นจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เช่น ฟังก์ชั่นพิมพ์ใบเสร็จ, ลิ้นชักเก็บเงิน และตัวอ่านบาร์โค้ดสินค้า เป็นต้น แต่รวมแล้วก็หลักหมื่นบาทเท่านั้น”

โดยร่วมกับ “ซีเอส ล็อกซอินโฟ” และ “แอดไวซ์ ดิสทริบิวชั่น” ในการให้บริการร่วมกัน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญแต่ละฝ่าย ได้แก่ “ซีเอส ล็อกซอินโฟ” ดูแลระบบคลาวด์ และมีคอลเซ็นเตอร์เพื่อให้ผู้ใช้โทร.เข้ามาสอบถามข้อมูล ขณะที่ “แอดไวซ์” ช่วยเรื่องการจำหน่ายอุปกรณ์ต่าง ๆ ในราคาพิเศษ รวมถึงการทำตลาดให้ร้านค้ารายย่อยในต่างจังหวัด

“ถ้าไม่มีพาร์ตเนอร์ 2 รายนี้ เราคงทำตลาดไม่ได้ เพราะถ้ามีแค่ระบบ ลูกค้าคงไม่เข้ามาหา ปัจจุบันการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์แพร่หลายขึ้นมา เราจึงพัฒนาโซลูชั่นนี้ออกสู่ตลาด ตั้งเป้าไว้ว่าปีนี้ต้องมีผู้ใช้หนึ่งหมื่นหน้าร้าน ลูกค้าหลักคงไม่พ้นร้านโชห่วย, ร้านกาแฟ ร้านจิวเวลรี่ที่มีหลายสาขา และภายใน 2 ปีจะมีผู้ใช้ 3 หมื่นหน้าร้าน ปัจจุบันตัวแทนแอดไวซ์ในต่างจังหวัดก็นำ More ไปให้ร้านโชห่วยในละแวกนั้นทดลองใช้งานแล้ว”

ในแง่รายได้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 10% ของแอดไวซ์ฯ, 35% ของซีเอสฯ ส่วนที่เหลือเป็นรายได้ของบริษัท

ปัจจุบันมีร้านค้ารายย่อยในประเทศไทยที่จดทะเบียนมากกว่า 5 แสนราย ซึ่ง 75% ของจำนวนนี้ยังไม่มีระบบจัดการหน้า ร้าน ทำให้มีโอกาสทางธุรกิจกว้างมาก ทั้งยังถือว่าไม่มีคู่แข่ง เพราะแม้จะมีบริษัทต่างชาติเข้ามาให้บริการ แต่ราคาสูงกว่า 2-3 เท่าตัว ทำให้บริษัทเตรียมนำโซลูชั่น More ไปทำตลาดในต่างประเทศด้วย เริ่มจากในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย เนื่องจากลักษณะธุรกิจค้าปลีกใกล้เคียงกับไทย และแค่เปลี่ยนภาษาภายในแอปพลิเคชั่นก็สามารถไปทำตลาดได้แล้ว

“เราเปิดบริษัทมา 14 ปี ทำซอฟต์แวร์ด้าน POS มาโดยตลอด ทั้งระบบจัดการหน้าร้าน, ระบบจัดการร้านอาหาร และระบบจัดการฟู้ดคอร์ต เป็นต้น ทำให้มีความชำนาญด้านนี้”

Posted on August 21, 2014, in Uncategorized. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: