ไปรษณีย์ไทยจับลูกค้าอีคอมเมิร์ซ เจรจา”ลาซาด้า”ส่งสินค้า-ผนึกปณ.ลาวรับมือAEC

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ updated: 21 ส.ค. 2557 เวลา 20:05:06 น.

“ไปรษณีย์ไทย” เร่งสปีดพัฒนาบริการใหม่รับกระแส “อีคอมเมิร์ซ” บูม รุดเจรจาเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ชื่อดัง “ลาซาด้า” หวังเป็นตัวแทนส่งสินค้า พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายขนส่งรองรับโอกาสใหม่จากการเปิด AEC ผนึก “ไปรษณีย์ลาว” รับหน้าที่ศูนย์กระจายพัสดุส่งไปยังประเทศต่าง ๆ ทั้งเปิด “ธนาณัติออนไลน์” เจาะตลาดแรงงานต่างด้าว

นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยเติบโตต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าจะโตกว่า 20% ส่งผลดีกับรายได้ของไปรษณีย์ไทยด้วย เนื่องจากเป็นช่องทางในการส่งสินค้าให้ผู้ประกอบการ โดยรายได้จากการส่งพัสดุแบบด่วนพิเศษ (EMS) โตขึ้น 20% ทำให้รายได้ 6 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 10,642 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 10,100 ล้านบาท โดย 46% มาจากธุรกิจสื่อสาร (ส่งจดหมาย, ไปรษณียบัตร, ของตีพิมพ์) อีก 43% มาจากโลจิสติกส์ (EMS, โลจิสโพสต์) ที่เหลือมาจากธุรกิจการเงินและค้าปลีก มีกำไรครึ่งปีแรก 1,245 ล้านบาท ทั้งปีคาดว่าจะมีกำไร 2,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ปณท. ได้พยายามต่อยอดบริการใหม่ด้านอีคอมเมิร์ซ อาทิ เจรจากับลาซาด้า ผู้ให้บริการขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้ไปรษณีย์ไทยเป็นตัวแทนส่งสินค้า และภายในสิ้นปีจะเปิดบริการ “ไอโพสต์” ย่นเวลาให้ผู้ค้าออนไลน์ ด้วยโปรแกรมที่ช่วยพิมพ์ป้ายแปะหน้าซองฅนำจ่าย พร้อมคำนวณค่าส่งและชำระผ่านบัตรเครดิตและเดบิตได้ทันที

รวมถึงขยาย จุดให้บริการ EMS “ซูเปอร์ สปีด” ส่งด่วนด้วยเครื่องบินภายใน 24 ชั่วโมง ให้ฝากส่งได้ 205 แห่งทั่วประเทศ จากเดิมมีใน 28 ที่ทำการในกรุงเทพฯปริมณฑล ซึ่งคาดว่าจะทำให้ยอดส่งเพิ่มขึ้น 20% เป็น 36,900 ชิ้น/เดือน”ครึ่งปีหลังจะเน้นเปิดบริการใหม่ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้ บริการ อาทิ บริการ “ไดรฟ์ทรูโพสต์” เพื่อให้ลูกค้า

ส่งของและ ไปรษณีย์ ซื้อแสตมป์หรือบัตรเติมเงินได้โดยไม่ต้องลงจากรถ ปัจจุบันมี 4 แห่งที่ไปรษณีย์อุดรธานี, สุราษฎร์ธานี, เชียงใหม่ สาขาสามแยกสวนปรุง และไปรษณีย์สามเสนใน โดยจะขยายจุดบริการเพิ่มในกรุงเทพฯอีก หลังจากได้รับการตอบรับที่ดี โดยไดร์ฟทรูที่อุดรฯมีรายได้เดือนละ 2.9 แสนบาท มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้

พร้อมกันนี้ได้เตรียมขยายเครือข่ายการขนส่งรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ซึ่งไทยได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ที่ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของภูมิภาค ขณะเดียวกันไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงอาเซียน +3 ได้แก่ ไทย จีน (มณฑลยูนนาน) เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า มีแผนร่วมกันในการสร้างเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครอบคลุม 2.34 ล้านตารางกิโลเมตร มีประชากรรวมกัน 250 ล้านคน

โดยเตรียมพื้นที่ศูนย์ไปรษณีย์อุดรธานีเพื่อรองรับการเติบโต ทั้งทำความร่วมมือกับบริษัทรัฐวิสาหกิจไปรษณีย์ลาว (ปนล.) ในการใช้ไทยเป็นศูนย์กระจายพัสดุ-ไปรษณียภัณฑ์ส่งต่อไปยังประเทศอื่น

“หนองคาย บึงกาฬ เลย หนองบัวลำภู นครพนม และอุดรธานี เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการขนส่งหลังเปิด AEC คาดว่าจะมีปริมาณการขนส่งผ่านพื้นที่นี้เพิ่มขึ้น 10 – 20%”

รวมถึงจะผลักดันความร่วมมือของการไปรษณีย์กลุ่มประเทศอาเซียนภายใต้กรอบความร่วม มืออาเซียนโพสต์พลัส นอกจากการสร้างเครือข่ายบริการโลจิสโพสต์ (ส่งพัสดุขนาด 20-200 กิโลกรัม)

ใน 32 ประเทศ ในอนาคต ปณท จะผลักดันให้เกิดความร่วมมือที่แน่นแฟ้นเพื่อเศรษฐกิจในภูมิภาคมากขึ้น อาทิ บริการกล่องพัสดุเหมาจ่ายส่งทั่วอาเซียนในราคาเดียวกัน

นอกเหนือจากการขยายบริการธนาณัติออนไลน์ระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้แรงงานที่เข้ามาทำงานในไทย ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการกับประเทศลาวแล้ว มียอดส่งเงินผ่านเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ราว 4 แสนบาท/เดือน เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมเพียง 200 บาท ถูกกว่าช่องทางอื่น โดยในเร็ว ๆ นี้จะขยายไปให้บริการในกัมพูชาและพม่าด้วย

Posted on August 21, 2014, in Uncategorized. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: