แบรนด์ดังแดนซามูไรยกทัพบุกไทย

ไทยถือเป็นประเทศที่นิยมรับประทานอาหารญี่ปุ่น เห็นได้จากจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีมากกว่า 1 พันแห่งทั่วประเทศ  โดยไทยถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา, จีน, เกาหลีใต้ และไต้หวัน
ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยมีมูลค่าตลาดรวมราว 1.7 หมื่นล้านบาท  ในปีที่ผ่านมามีการเติบโต 10-15% ถือเป็นตัวเลขการเติบโตที่น่าสนใจ และดึงดูดให้กลุ่มทุนอื่นหันมาสนใจธุรกิจนี้มากขึ้น เช่นเดียวกับเครือสหพัฒน์ที่ล่าสุดจับมือร่วมทุนกับนิปอนเต กรุ๊ป  ในนามบริษัท เอ.ที.วี.โฮลดิ้ง จำกัด และบริษัท ชาโต เรสเตอรองต์ ซิสเต็มส์  จำกัด  เปิดร้านอาหารญี่ปุ่นรูปแบบบุฟเฟ่ต์ชาบู ภายใต้แบรนด์ วาโชกุ ซาโต (washoku SATO) ขึ้นเป็นแห่งแรกที่เจพาร์ค อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
บุณยสิทธิ์ โชควัฒนาโดยนายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา  ประธานเครือสหพัฒน์  กล่าวว่า  การลงทุนดังกล่าวบริษัท เอ.ที.วี.ฯ ถือหุ้นสัดส่วน 61% เครือสหพัฒน์ ถือหุ้นสัดส่วน 20% และบริษัท ชาโตฯ ถือหุ้น 19% โดยร่วมกันจัดตั้งบริษัท นิปปอน เต ชาโต จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท  เพื่อบริหารร้านวาโชกุ ซาโต  ซึ่งในระยะ 5 ปีจะขยายสาขาให้ครบ 8 แห่ง  สาขาส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนภาคตะวันออก ในแถบจังหวัดชลบุรีและระยองเป็นหลัก

เนื่องจากยังมีสาขาของร้านอาหารญี่ปุ่นไม่มาก  ขณะเดียวกันยังมีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่จำนวนมากด้วย  ทั้งนี้  จะใช้งบประมาณการลงทุนขยายสาขาละ 30 ล้านบาท  รวมประมาณ 240 ล้านบาท  คาดว่าแต่ละสาขาจะคืนทุนได้ภายในระยะเวลา 3 ปี  ส่วนยอดขายภายในปีแรกน่าจะทำได้ 30 ล้านบาท และในระยะ 5 ปีคาดว่าจะทำยอดขายได้ 200 ล้านบาท  นอกจากนี้ยังมีแผนขยายสาขาออกไปยังประเทศในอาเซียน อาทิ ลาว, เมียนมาร์ และกัมพูชาด้วย ในระยะ 3 ปีข้างหน้า
ด้านความเคลื่อนไหวของร้านอาหารญี่ปุ่นในช่วงที่ผ่านมา  มีการเปิดตัวอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กหรือกลุ่มทุนใหญ่  อย่างเช่นกลุ่มมาบุญครอง หรือบริษัท ปทุมไรซ์มิลล์ แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน)  ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุง แบรนด์ มาบุญครอง ก็กระโดดเข้ามาแข่งขันในธุรกิจอาหารญี่ปุ่นด้วย  โดยนายสมเกียรติ  มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า  ได้ร่วมทุนกับบริษัท ฟูจิโอะ ฟู้ด ซิสเต็ม จำกัด จัดตั้งบริษัท  เอ็ม บี เค ฟู้ด ซิสเต็ม จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท  โดยบริษัทปทุมไรซ์มิลฯ ถือหุ้น 60% และบริษัทฟูจิโอะฯ ถือหุ้น 40% เพื่อดำเนินธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ ซูรุมารุ อุด้ง ฮอนโปะ โดยร้านซูรุมารุฯ วางแผนใน 3 ปีขยายสาขาไม่ต่ำกว่า 10 สาขา โดยใช้งบลงทุนสาขาละประมาณ 20
ล้านบาทต่อสาขา และแบรนด์ ฟูจิโอะ โชกุโด
ขณะที่นายจีระเดช วินไทย ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มแบรนด์ เซน เรสเตอร์รอง บริษัทเซ็น เรสเตอร์รอง กรุ๊ป จำกัด ในเครือเซ็นทรัล  ก็ได้เปิดร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้แบรนด์โนบุริ  ที่จับตลาดลูกค้าระดับกลาง – ล่าง ด้วยราคาอาหารที่ถูกกว่าร้านอื่นในเครือ 20% นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นนักลงทุนรายย่อยเปิดให้บริการด้วย อาทิ ร้าน Marlin Café  ร้านอาหารญี่ปุ่นที่นำสไตล์ร้านแบบบาร์เข้ามาผสมผสาน ที่จับกลุ่มคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ ตั้งอยู่ระหว่าง ซ.อารีย์ 4 กับ ซ.อารีย์ 5
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มทุนจากประเทศสิงคโปร์  โดยบริษัท โคมาร์ส กรุ๊ป ผู้นำด้านร้านอาหารญี่ปุ่น ราเมง คิง ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ประเทศสิงคโปร์  ได้เข้ามาเปิดร้านราเมง คิง ที่กรุงเทพฯ เป็นสาขาแรก  ใช้งบประมาณลงทุน 20 ล้านบาท มีพื้นที่ร้าน 900 ตารางเมตร  ที่บริเวณถนนสุขุมวิท 26  โดยตั้งเป้าหมายว่าจะทำรายได้ในปีแรก 72 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,977 วันที่  24 – 27  สิงหาคม พ.ศ. 2557

Posted on August 24, 2014, in K.Boonsithi. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: