เสียงสะท้อน “สหพัฒน์” มั่นใจรัฐบาลฟื้นเศรษฐกิจ

updated: 2 ต.ค. 2557 : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

หลัง การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จนล่าสุดที่มีรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ หลายภาคส่วนต่างมีความหวังว่าเศรษฐกิจไทยที่เคยอยู่ในสภาวะ “ติดหล่ม” มานานจะฟื้นตัวตามบรรยากาศทางการเมืองที่เริ่มคลี่คลาย แต่ถึงวันนี้ดูเหมือนว่าความหวังนั้นยังไม่สัมฤทธิผลอย่างที่คิดไว้ ส่วนหนึ่งเพราะ ใน 4 เดือนที่ผ่านมา สัญญาณบวกที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างที่ วาดหวัง
New2
“บุญชัย โชควัฒนา” ประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของไทย ที่ผ่านสถานการณ์เศรษฐกิจมาหลายยุคหลายสมัย ได้แสดงความคิดเห็นในงานเสวนา “นโยบายเศรษฐกิจในยุคการปรองดองและปฏิรูปกับการลงทุน” ที่จัดโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ไว้ว่า

“…สาเหตุ ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้ามาจาก 3 ปัจจัย นั่นคือการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายที่ทำให้เงินที่เคยหมุนเวียนในระบบหายไป ปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้ชาวนา รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นชินกับการใช้เวลาอยู่กับบ้านตลอดช่วง 6-7 เดือนที่ผ่านมาที่มีปัญหาทางการเมือง ทำให้อารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยหายไป ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแต่ทำให้สภาพกำลังซื้อในตลาดมีปัญหา”

“ช่วง ที่มีการชุมนุมทางการเมืองยืดเยื้อ ภาคธุรกิจเองก็อึดอัดกับสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น การพัฒนาเกิดขึ้นช้ามาก การลงทุนจากภาครัฐก็มีน้อย หลังจากการรัฐประหารเลยคาดการณ์กันว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้นมาในไตรมาสที่ 3 แต่ตอนนี้สถานการณ์ก็ยังไม่ค่อยดีขึ้น แม้จะเริ่มฟื้นตัวแต่ก็ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป คนไม่ได้กลับมาใช้เงินทันที”

อย่างไรก็ตาม “บุญชัย” บอกว่า เริ่มเห็นสัญญาณบวกว่าไตรมาส 1 ปีหน้าอาจเป็นช่วงเวลาที่สดใสกว่า จากที่ยอดขายของสินค้าของบริษัทที่เริ่มกลับคืนมา รวมทั้งน่าจะเริ่มเห็นผลจากการเดินหน้าโครงการการลงทุนจากภาครัฐในช่วงเวลา ดังกล่าว

สำหรับนโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่อาจมี ผลต่อราคาน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซิน เชื่อว่าถ้าไม่ได้ปรับขึ้นราคาอย่างก้าวกระโดด ก็จะไม่ได้มีผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้ามากอย่างที่หลายฝ่ายกังวล เพราะการขนส่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิตเท่านั้น ขณะที่การปรับเพิ่มขึ้นของภาษีมูลค่าเพิ่มในอนาคต เชื่อว่าจะไม่ได้ปรับขึ้นมากจนประชาชนตั้งตัวไม่ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมองว่าถ้าเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1% น่าจะเป็นระดับที่ผู้บริโภครับไหว

ส่วน นโยบายของรัฐบาลที่กำลังเดินหน้า อาทิ โครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะทำให้มีเงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบมากขึ้น นโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเป็นขั้นตอนอื่น ๆ และความน่าเชื่อถือของผู้นำรัฐบาล “บุญชัย” ถือว่าสอบผ่าน

แม่ ทัพใหญ่สหพัฒน์กล่าวด้วยว่า วันนี้สิ่งที่ภาคเอกชนเอาใจช่วยรัฐบาลเต็มที่คือ การเดินหน้านโยบายด้วยความโปร่งใส ไม่มีเรื่องคอร์รัปชั่นเหมือนที่ผ่าน ๆ มา รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยและต่างชาติที่ถือว่าเป็นภารกิจเร่ง ด่วน เพื่อทำให้บรรยากาศการจับจ่ายภายในประเทศให้กลับมาเป็นปกติ รวมทั้งเรื่องของการท่องเที่ยวที่ถือเป็นรายได้สำคัญของประเทศไทย

“ถึง แม้ตอนนี้จะยังมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกบางมาตราอยู่ แต่ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการสื่อสารประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศให้ มากขึ้น ก็น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้”

พร้อม กันนี้ เขายังวิเคราะห์ลึกลงไปถึงความเสี่ยงของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่ง “บุญชัย” ประกาศชัดว่า “ไม่มี” เพราะเชื่อมั่นในเรื่องความตั้งใจจริงและความสามารถของคนที่เข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งจะสามารถทำให้การปฏิรูปประเทศเกิดขึ้นได้จริง แต่สิ่งที่กังวลคือคนที่จะมาสานงานต่อหลังการเลือกตั้งมากกว่า แต่เชื่อว่าจะมีการร่างกฎหมายหรือทำข้อกำหนดไว้เพื่อให้นโยบายต่าง ๆ เดินหน้าไปได้

“รัฐบาลไหนเข้ามาก็มีคำถาม ก็ต้องดูว่าเข้ามาเพื่ออะไร เราก็อยากให้คนที่เข้ามา เข้ามาเพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศ”และนี่คือเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งจากนักธุรกิจ ที่รอลุ้นผลงานรัฐบาลด้วยใจจดจ่อ

สอบผ่านหรือไม่ อย่างไร อาจต้องดูผลลัพธ์หลังรัฐบาลชุดนี้หมดวาระ

Posted on October 2, 2014, in K.Boonchai, Retail. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: