กะทิสำเร็จรูปโหมแตกแบรนด์เพิ่มไลน์

ผู้ผลิตและแปรรูปมะพร้าว  เพิ่มสินค้าใหม่ รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่  พร้อมโหมลงทุนขยายกำลังการผลิตบุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ   “เมอริโต้” ชี้ตลาดกะทิสำเร็จรูปยังโต 8-12%   ชาวเกาะ  เท 300 ล้านเพิ่มกำลังการผลิต 2 ไลน์ใหม่ ทั้งกะทิยูเอชทีและน้ำมะพร้าว  ด้านเอเซียติค แตก 3 แบรนด์ใหม่เจาะ 3 ตลาด
alt นายพีรโชติ จรัญวงศ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารเมอริท จำกัด  ผู้ผลิตและจำหน่ายกะทิออร์แกนิกสำเร็จรูปแบรนด์ “เมอริโต้”  เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าตลาดกะทิสำเร็จในประเทศไทยยังคงมีอัตราการเติบโต 8-12%  อย่างต่อเนื่อง  เป็นผลจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกสบาย  โดยเฉพาะผู้บริโภคที่อยู่ในเมือง  ซึ่งยอดจำหน่ายของบริษัทสำหรับตลาดในประเทศยังอยู่ในอัตราคงที่  เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่ม  ส่วนตลาดส่งกะทิของบริษัทถือว่ามีอัตราการเติบโตสูงถึง 15%
“การบริโภคกะทิกล่องถือว่าไม่ได้ลดลง  ยังคงเติบโตต่อเนื่องในอัตราปกติ แม้ว่าราคาจะปรับสูงกว่าในอดีตเกือบเท่าตัวแล้วก็ตาม  ส่วนกลุ่มสินค้าที่เติบโตมากและผู้ประกอบการหันมาให้ความสำคัญ  เพิ่มการทำตลาดและสร้างแบรนด์มากขึ้น  จะเป็นกลุ่มกะทิที่เพิ่มมูลค่าและสร้างตลาดใหม่  อาทิ กะทิอบควันเทียน กะทิทำขนม เป็นต้น  ส่วนกะทิออร์แกนิกปัจจุบันตลาดยังมีความต้องการสูง  แต่ปริมาณผลผลิตมะพร้าวออร์แกนิกมีจำกัด  ทำให้ตลาดยังไม่ขยายตัวเท่าที่ควร”
ด้านนายอภิศักดิ์   เทพผดุงพร  กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด  กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทผลิตสินค้าส่งออกประมาณ  80%  และจำหน่ายสินค้าภายในประเทศอีก   20%  ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ากว่า 27 ประเทศทั่วโลก  โดยตลาดส่งออกหลักจะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา 55%  ประเทศกลุ่มโอเชียเนีย ซึ่งประกอบด้วยออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะต่างๆ 16% เอเชีย-แปซิฟิกรวมประเทศจีนและญี่ปุ่น 15% ประเทศในเขตทวีปยุโรป 13%
สำหรับตลาดในประเทศ  ปัจจุบันบริษัทถือเป็นผู้นำตลาดกะทิสำเร็จรูป  โดยมีสินค้าขายให้กับผู้บริโภคและกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร  มีอัตราการเติบโตด้านยอดขายอย่างต่อเนื่องในอัตรา 8-10%  ซึ่งถือว่าเติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาดในประเทศที่เติบโตประมาณ 5%  เป็นผลจากการสร้างแบรนด์และทำตลาดอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งผลการดำเนินงานในปีนี้ตั้งเป้ายอดขาย 5 พันล้านบาท  เติบโตอัตรา 10% แต่คาดว่าจะทำได้มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้  โดยน่าจะปิดยอดขาย 5.3 พันล้านบาท หรือเติบโต 15%  เป็นผลจากการที่บริษัทลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิ่ม
โดยบริษัทลงทุน 300 ล้านบาท  ผลิตสินค้าใหม่ “กะทิบรรจุกล่องยูเอชที” และ “น้ำมะพร้าวบรรจุกล่องยูเอชที” ด้วยงบ  ชูจุดเด่นเช่นเดียวกับกะทิคั้นสด และปริมาณโพแทสเซียมสูงในน้ำมะพร้าว เหมาะเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ตามธรรมชาติ โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้ง 2 ชนิดในระดับพรีเมียม ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณสินค้าส่งออกได้กว่า 20%  ก่อนหน้านี้บริษัทได้ลงทุน 20 ล้านบาทขยายไลน์การผลิต น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 100%
ขณะที่นายณัฐพล วิสุทธิไกรสีห์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซียติค อุตสาหกรรมเกษตร  จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมะพร้าวแปรรูป กล่าวว่า  ได้เปิดตัวสินค้าใหม่ 3 แบรนด์ ได้แก่  กะทิสำเร็จรูป แบรนด์อัมพวา  นมมะพร้าว แบรนด์มิ้ลค์กี้ โคโค่  และน้ำมะพร้าวพร้อมดื่ม แบรนด์โคโค่แม็ก   ปัจจัยที่บริษัทหันมาบุกตลาดในไทยเนื่องจากผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวเป็นเทรนด์สุขภาพที่ได้รับความนิยมทั่วโลก  นอกจากนี้บริษัทได้ทุ่มงบลงทุน700-800 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตน้ำมะพร้าวแปรรูประบบโคลอะเซฟติก  60 ล้านขวดต่อปี จากเดิมมีกำลังการผลิตร่วม 1 พันล้านขวดต่อปี เพื่อรองรับกับแผนขยายธุรกิจภายในประเทศ หลังจากมุ่งขยายตลาดส่งออกร่วม 20 ปี คาดว่าจะเริ่มเปิดสายการผลิตใหม่ปลายปีนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,989   วันที่  5 – 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Posted on October 5, 2014, in Uncategorized. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: