ค้าปลีกทิ้งทวนปลุกยอด ห้างดังอัดโปรโมชันปั่นแรงซื้อท้ายปี

มั่นใจกำลังซื้อไตรมาส 4 วิ่งฉิว จับตาทุนค้าปลีกอัดกลยุทธ์ดูดนักช็อป “เดอะ มอลล์” ชูอีเวนต์ มาร์เก็ตติ้ง จัดหนักจับสมาร์ท ช็อปเปอร์  ประเดิมส่ง “มหกรรมลดทะลุพิกัด” คาด 5 วัน กวาดยอดขาย 300 ล้านบาท ขณะที่บิ๊กซีเดินหน้าอัดกิจกรรมครบมือทั้งราคา แสตมป์  ซีซันนัล มาร์เก็ตติ้ง หลังเศรษฐกิจซึมยาว ด้านฟิวเจอร์พาร์ค ชี้แรงซื้อกลับคึกคัก จับตาค้าปลีกย่านกรุงเทพฯตะวันออกแข่งดุ เร่งพัฒนาโปรเจ็กต์ใหม่รับระยะยาว
altนายชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารเดอะ มอลล์ , ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กำลังซื้อในไตรมาส 4 นี้มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเร่งหากลยุทธ์ดึงลูกค้าอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่หรือที่เรียกว่าสมาร์ทช็อปเปอร์ ซึ่งพฤติกรรมกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าอย่างคุ้มค่า คุ้มราคา ดังนั้นกลยุทธ์การทำตลาดจะเน้นเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าด้วยการจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์ “อีเวนต์ มาร์เก็ตติ้ง”  ซึ่งในไตรมาสสุดท้ายนี้ จะมีบิ๊กอีเวนต์ทั้งเรื่องของปิดเทอม มิดไนต์เซล ปีใหม่ เป็นต้น
“การจัดอีเวนต์ มาร์เก็ตติ้ง จะเป็นหัวใจหลักในการทำตลาด ซึ่งลูกค้าประจำจะรู้ดีว่าอีเวนต์ที่จัดขึ้นจะมีความพิเศษ และแตกต่าง ทำให้งานใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจะต้องมีความโดดเด่น เช่น งานเทศกาลอาหารเจ  ซึ่งปีนี้จัดอย่างยิ่งใหญ่  โดยสัดส่วน 70% จะเป็นเน้นไปที่อาหาร ราคา และโปรโมชัน ส่วนอีก30% จะเป็นไฮไลต์ของงาน เช่น เชฟกระทะเหล็ก เป็นต้น”
ด้านนายไพบูลย์ กนกวัฒนาวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ในไตรมาสสุดท้ายนี้ บริษัทเตรียมใช้งบการตลาดราว 500 ล้านบาท จากทั้งปีที่มีงบการตลาดทั้งสิ้น 2 พันล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมการตลาดอย่างเต็มที่ โดยประเดิมอีเวนต์แรกคืองาน “มหกรรมลดทะลุพิกัด” ภายใต้แนวคิด “คืนความสุขให้ประชาชน”  โดยนำสินค้าอุปโภค บริโภคแบรนด์ชั้นนำกว่า  1 ล้านรายการมาลดราคาสูงสุด 80%  ในระหว่างวันที่ 1-5 ตุลาคม ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อของดี มีคุณภาพ ในราคาคุ้มค่า ขณะเดียวกันจะช่วยให้ซัพพลายเออร์สามารถจำหน่ายสินค้าได้มากขึ้นด้วย โดยการจัดงานครั้งนี้ คาดว่าจะมียอดขายราว 300 ล้านบาทใน 5 วัน ขณะที่ภาพรวมของเดอะ มอลล์เอง คาดว่าจะเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และมียอดขายรวมทั้งหมดประมาณ 5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่นายกุฎาธาร นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร “บิ๊กซี”  กล่าวว่า เชื่อว่ากำลังซื้อในไตรมาส 4 จะฟื้นตัวดีขึ้น หลังจากที่ต้องเผชิญกับเศรษฐกิจซึมมานาน  โดยกลยุทธ์การทำตลาดยังคงเน้นเรื่องของราคา เป็นปัจจัยหลัก เพราะที่ผ่านมาลูกค้าให้ความสำคัญกับเรื่องของราคา ดังนั้นแม้กำลังซื้อจะกลับคืนมา แต่ก็ยังคงต้องรักษาความเป็นผู้นำด้าน “ราคา” เอาไว้ ขณะเดียวกันจะมีการจัดโปรโมชัน เช่น ซื้อ 1 แถม 1 , one day one price ซึ่งเป็นการนำสินค้าจำเป็นต่อชีวิตประจำวันหมุนเวียนมาลดราคาพิเศษแบบแรงๆ 1 วัน, สะสมแสตมป์เพื่อแลกรับของใช้ต่างๆ เป็นต้น
“ไตรมาส 4 ถือเป็นไตรมาสที่มียอดขายดีสุดของปี อีกทั้งยังมีเทศกาลปีใหม่ ทำให้เชื่อว่าการแข่งขันของค้าปลีกในไตรมาสนี้จะรุนแรงตามไปด้วย”
นางสาวพิมพ์ผกา  หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค  กล่าวว่า กำลังซื้อในไตรมาส 4 นี้มองว่าเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ซบเซาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าหลักของศูนย์ยังคงเป็นกลุ่มคนไทยมากที่สุด รองมาคือกลุ่มต่างชาติราว 5%  อย่างไรก็ตามสำหรับการแข่งขันของศูนย์การค้าในโซนกรุงเทพฯตอนเหนือ (รังสิต) ยังถือว่าต่ำ โดยมาเป็นอันดับ 3 จากทั้งหมด 4 โซน โดยผู้นำอันดับ 1 คือ กรุงเทพฯโซนตะวันออก (บางนา-ศรีนครินทร์) รองลงมาได้แก่ กรุงเทพฯโซนตะวันตก (ราชพฤกษ์-บางใหญ่) และอันดับ 4 คือ กรุงเทพฯโซนใต้ (พระราม 2)
อย่างไรก็ดี บริษัทเตรียมใช้งบประมาณทั้งสิ้น 4 พันล้านบาท ในการก่อสร้าง “Zpell @ Futurepark” บนพื้นที่ 1 แสนตร.ม.ประกอบไปด้วย 200 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านอาหาร 50 ร้านค้า และแฟชั่น 150 ร้านค้า เพื่อเป็นช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ที่เชื่อมต่อกับตัวอาคารของศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค โดยมุ่งเจาะฐานลูกค้าระดับเอที่มีรายได้เฉลี่ย 8.5 หมื่นบาทต่อเดือน ทั้งคิดเป็นสัดส่วน 40% ของย่านเป็นหลัก  เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวที่ต้องการรูปแบบไลฟ์สไตล์คนเมือง ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร แบรนด์แฟชั่นต่างๆ ซึ่งได้มีการรวบรวมไว้ตอบสนองความต้องการ หลังจากพบว่าลูกค้ากลุ่มดังกล่าวในปัจจุบันเข้ามาภายในศูนย์ส่วนใหญ่เข้ามาใช้บริการด้านการเงิน แต่การรับประทานอาหารและไลฟ์สไตล์ส่วนใหญ่ที่ต้องการยังคงต้องเข้าไปในเขตเมืองอยู่
นอกจากนี้เพื่อเป็นการรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในโซนกรุงเทพฯตอนเหนือ บริษัทได้มีการเริ่มต้นรีโนเวตศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต (ปี 2556-2558) ภายใต้งบประมาณ 400-500 ล้านบาท ทั้งในส่วนของเซ็นทรัล โรบินสันให้มีความทันสมัยมากขึ้นอีกด้วย และบริษัทจะพัฒนาที่ดินอีก 600 ไร่  ให้เป็นเมืองแห่งการค้าและบริการที่สมบูรณ์แบบ  ภายใต้ชื่อ “ฟิวเจอร์ซิตี้”  โดยเพิ่มศักยภาพด้วย ฟิวเจอร์อารีน่า สนามฟุตซอล, โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล ,ลานสกี และไอซ์สเก็ต  และโรงแรมระดับ 4 ดาว โดยคาดว่าจะสามารถเปิดบริการในเดือนสิงหาคม 2558

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,989   วันที่  5 – 8 ตุลาคม พ.ศ. 2557

Posted on October 5, 2014, in Retail. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: