กทท.ฮึดพัฒนาคลองเตย ดอดจับมือกทม./ททท.ผุดท่าเรือท่องเที่ยว

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2014 เวลา 12:16 น. กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ อสังหา Real Estate

พลิกแผนเปิดหน้าดิน 900 ไร่ ท่าเรือคลองเตย วัดใจบอร์ด คสช.ฟันธง  4 พ.ย.นี้ หลังถูกดองมานาน วาดฝันถึงขั้นเชื่อมโครงข่ายคมนาคมครบวงจรทั้งทางบก – ทางน้ำ โดยใช้โมโนเรลกับใต้ดิน ศูนย์สิริกิติ์ บีทีเอสอ่อนนุช และเชื่อมโยงลำคลองไปเจ้าพระยาเ ลียนแบบเกาหลี ล่าสุดดอดหารือ “สุขุมพันธุ์” และ “บิ๊กททท.” หวังผนึก 3 ปาร์ตี้ ผุดท่าเรือส่งเสริมการท่องเที่ยวกลางกรุง คาดเซ็นเอ็มโอยูเร็วๆ นี้
ร.ต.ทรงธรรม  จันทประสิทธิ์ ผู้อำนวยการท่าเรือกรุงเทพ ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้เตรียมนำเสนอข้อมูลแผนการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้ง 4 แปลงในย่านคลองเตย และแผนการพัฒนาท่าเรือต่างๆที่อยู่ในการควบคุมดูแลของกทท.คือท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือระนอง ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน และท่าเรือเชียงของให้คณะกรรมการ(บอร์ด) กทท.ที่มีพล.ร.อ.อภิวัฒน์  ศรีวรรธนะ อดีตที่ปรึกษากองทัพเรือเป็นประธานพิจารณาขับเคลื่อนโครงการ
altทั้งนี้ตามแผนเดิมของย่านคลองเตยจะพัฒนาพื้นที่นอกรั้วศุลกากรก่อนโดยเฉพาะเฟส 1 ที่ต้องการให้เหลือพื้นที่ใช้สอยน้อยลง ปรับให้ใช้ประโยชน์แนวสูงมากขึ้น ให้เหลือพื้นที่เพื่อการหารายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกทท.อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อมูลตามผลการศึกษาแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพ ว่าจะพัฒนาพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพไปในรูปแบบใด และใช้งบประมาณเท่าไหร่ เบื้องต้นจะพัฒนาพื้นที่ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันทั้งในส่วนของท่าเรือและศุลกากรประมาณ 800-900 ไร่เป็นหลัก แต่จะศึกษาพื้นที่รอบนอก ซึ่งเป็นที่ตั้งของหน่วยงานต่างๆ และที่อยู่อาศัยของประชาชนซึ่งอยู่บนพื้นที่ของ กทท.ด้วย
“หลังจากนี้คงจะเห็นภาพชัดเจนด้านการพัฒนาเสียทีเนื่องจากล่าช้ามานาน  เสียงบประมาณทบทวนผลการศึกษาครั้งแล้วครั้งเล่า  ส่วนจะเกิดขึ้นก่อนในแปลงใดนั้นต้องวัดใจรัฐบาลอนุมัติให้ดำเนินการตามที่เสนอหรือไม่  เมื่อใด  ส่วนการพัฒนาท่าเรือต่างๆในปีหน้านั้นคงต้องเน้นไปที่การเตรียมความพร้อมรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจทั้งการนำเข้าและส่งออกของรัฐบาลอย่างเต็มที่มากขึ้น”
แหล่งข่าวระดับสูงจากกทท.กล่าวว่าช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการด้านพัฒนาสินทรัพย์กทท.ได้เคยนำเสนอโครงการตามแผนพัฒนาพื้นที่ย่านท่าเรือคลองเตยในหลายโครงการ ทั้งส่วนที่จะก่อสร้างที่พักอาศัยของชุมชนย่านพระโขนง-คลองเตยเพื่อแก้ปัญหาชุมชนคลองเตยจำนวน 123 ไร่ รูปแบบอาคารแนวสูงไม่น้อยกว่า 6 อาคาร มีประมาณ 5,000 ยูนิตนั้นคาดว่าจะให้การเคหะแห่งชาติ(กคช.)รับดำเนินการ เบื้องต้นได้หารือกับเจ้าหน้าที่บริษัท โชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ จำกัด ผู้ศึกษามาสเตอร์แพลน พบว่าได้เพิ่มเติมการออกแบบพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย พื้นที่พาณิชยกรรม การออกแบบระบบสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น สถานีตำรวจ มูลนิธิ ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน สวนสาธารณะ ทางเดินเท้า ทางจักรยาน บ่อบำบัดน้ำเสียเข้าไปด้วยในเกือบทุกยูนิต หากได้รับการพิจารณาเฟสแรกจะก่อสร้างคอนโดมิเนียมสำหรับชุมชนบนที่ดินประมาณ 23 ไร่ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
นอกจากนี้ตามผลการประชุมของคณะอนุกรรมการฯยังให้ความสนใจการแก้ไขปัญหาจราจรเพื่อให้เชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆว่าจะก่อสร้างถนนใหม่ในบางส่วนและขยายถนนเดิมให้สามารถออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างสะดวกขึ้น พร้อมกับการก่อสร้างทางขึ้น-ลงใหม่กับทางด่วนพิเศษ การก่อสร้างโมโนเรลเชื่อมโยงระหว่างรถไฟใต้ดินศูนย์สิริกิติ์กับสถานีบีทีเอสอ่อนนุช การก่อสร้างลำคลองใหม่เชื่อมโยงจากลำคลองปัจจุบันออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาตามรูปแบบคลอง CHEONG GYE CHEON ในประเทศเกาหลีใต้ให้เชื่อมโยงกับท่าเรือข้ามฟากไปยังสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ได้สะดวกขึ้น
“รัฐบาลที่ผ่านมามีแนวคิดจะสร้างศูนย์ราชการแห่งที่ 2 รองรับหน่วยงานราชการที่ตั้งอยู่ในย่านราชดำเนิน ตรงพื้นที่ของการท่าเรือฯ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า คณะอนุกรรมการพัฒนาสินทรัพย์กทท.ในขณะนั้นจึงปรับปรุงร่างแผนการพัฒนาพื้นที่ใหม่ทั้งในและนอกนอกรั้วศุลกากรขนาดพื้นที่ประมาณ 2.3 พันไร่ แบ่งการพัฒนาเป็น 4 เฟส เฟสแรกจะสร้างอาคารสำนักงาน ส่วนเฟสที่เหลือจะประกอบด้วย ศูนย์พาณิชย์นาวี ศูนย์แสดงสินค้า และศูนย์กระจายสินค้าขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวนี้”
ด้านนายสุรพงษ์ รงศิริกุล รองผู้อำนวยการกทท. เปิดเผยถึงผลการหารือร่วมกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพื่อเป็นพันธมิตรพัฒนาท่าเรือกรุงเทพให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเสริมสร้างเศรษฐกิจ ว่าก่อนหน้านี้กทท.ได้หารือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(กทท.) ซึ่งได้ตอบตกลงพร้อมให้ความร่วมมือเรียบร้อยแล้ว
“ในครั้งนี้เป็นการหารือเรื่องการศึกษาถึงการพัฒนาท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวร่วมกัน  หากสามารถช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับกรุงเทพมหานครและประเทศชาติได้ โดยเฉพาะท่าเรือในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด จึงชักชวนกทม.ให้มาร่วมกันศึกษาวิจัยเรื่องนี้ร่วมกับกทท.โดยคิดว่าจะเกิดประโยชน์ต่อภาคท้องถิ่นอย่างกทม.อย่างยิ่ง  ซึ่งหลังจากนี้จะเร่งเซ็นเอ็มโอยูทั้ง 3 หน่วยงานร่วมกันอย่างเป็นทางการต่อไป”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,997 วันที่  2 – 5 พฤศจิกายน  พ.ศ. 2557

Posted on October 30, 2014, in Uncategorized. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: