อภิมหาดีล…ค้าปลีก ยักษ์ชนยักษ์ ชิงดำหุ้น “บิ๊กซี” 2 แสนล้าน

updated: 22 ม.ค. 2559 เวลา 09:30:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับความเคลื่อนไหวของยักษ์ไฮเปอร์มาร์เก็ต “บิ๊กซี” หลังจากที่บริษัทแม่ “คาสิโน กรุ๊ป” จากฝรั่งเศสได้ประกาศขายหุ้นบิ๊กซี ประเทศไทย เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ปรากฏรายชื่อของกลุ่มทุนใหญ่ที่ถูกมองว่าจะเป็นผู้เข้ามาซื้อหุ้นดังกล่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ในนามของบีเจซี, กลุ่มจิราธิวัฒน์, เครือเจริญโภคภัณฑ์, กลุ่มอิออน, แลนด์ แอนด์ เฮาส์, แดรี่ฟาร์ม และยังมีกลุ่มทุนจากจีนเข้ามา

ล่าสุด “ปริญญ์ จิราธิวัฒน์” รองประธานกรรมการกลุ่มเซ็นทรัล บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศว่า สนใจจะซื้อหุ้นบิ๊กซี ทั้งในไทยและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ถ้าราคาสูงเกินไป บริษัทอาจจะตัดสินใจไม่ซื้อ ถ้ายังจำกันได้เซ็นทรัลถือเป็นผู้ก่อตั้งบิ๊กซีในยุคแรก ก่อนที่กลุ่มคาสิโนจะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จึงเสมือนการหวนกลับสู่บ้านหลังเดิม

ด้าน “เบอร์ลี่ ยุคเกอร์” ได้แสดงความสนใจบิ๊กซี เวียดนาม เช่นกัน โดย “นัทธ์หทัย ธนชัยหิรัญศิริ” ผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ระบุว่า ฝ่ายบริหารจะนำเรื่องคาสิโนขายหุ้นบิ๊กซี เวียดนาม เข้าไปหารือ เนื่องจากเป็นหนึ่งในบริษัทที่บีเจซีให้ความสนใจเข้าไปลงทุน

หากวัดขุมพลังรายชื่อผู้เข้าชิงต่างก็มีความพร้อมทั้งเงินทุน และประสบการณ์ด้านค้าปลีก จึงมีความเป็นไปได้ที่ต่างก็ต้องการจะเติมเต็ม “จิ๊กซอว์” ของตัวเองให้ครบเครื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งต่อยอดธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในการเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าที่ตัวเองผลิตอยู่

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือการเติบโตของอุตสาหกรรมค้าปลีกในไทยแม้จะมีการแข่งขันรุนแรงก็ตาม แต่กลับได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ กระแสขายกิจการในไทยเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกับการประกาศขายกิจการในเวียดนาม โดยเป็นลักษณะของการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียล ซึ่ง “บิ๊กซี” รีบสยบข่าวลือทันทีทันควันว่าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง พร้อมกับยืนยันการลงทุนปี 2559 ตามแผนที่วางไว้ คือ เปิดไฮเปอร์มาร์เก็ตอีก 6 สาขา มาร์เก็ต 3 สาขา มินิบิ๊กซี 75 สาขา

บิ๊กซี ยังระดมเงินสดจากทรัพย์สินของบริษัท ด้วยการจัดตั้งกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ รีท (REIT) นำอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้แล้วมาระดมทุน เพื่อนำไปใช้ลงทุนและพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่จะใช้ระดมเงินสดประกอบด้วยสาขาทั้ง 174 แห่ง รวมพื้นที่เช่าทั้งหมดประมาณ 8 แสน ตร.ม.

จากที่ผ่านมา ค่าเช่าพื้นที่เป็นช่องทางรายได้ที่สำคัญ ทำให้บิ๊กซียังรักษาการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยตัวเลขรายได้ค่าเช่าและค่าบริการสถานที่ปี 2558 เพิ่มขึ้น 4.3% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นรายได้ 9,800 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการปี 2558 มีจำนวนประมาณ 119,600 ล้านบาท เติบโตลดลงจากปีก่อน 1.8% ยอดขายจากสาขาเดิมเติบโตลดลง 3%

แต่สุดท้ายข่าวลือถูกแปรสภาพเป็นข่าวที่มีมูลความจริง

เมื่อคาสิโนยอมรับมีผู้เสนอซื้อหุ้นบิ๊กซีในส่วนที่ตัวเองถืออยู่

ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 18 ม.ค. 2559 บริษัท คาสิโน กรุ๊ป ฝรั่งเศส ได้ออกแถลงการณ์ใจความโดยสรุปว่า แผนการจำหน่ายทรัพย์สินซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ซึ่งจะมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านยูโร จะเพิ่มเป็นประมาณ 4 พันล้านยูโร ภายหลังจากที่ได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจจากผู้ซื้อที่มีศักยภาพ ต้องการซื้อหุ้น Big C ซึ่งเป็นบริษัทลูกของคาสิโนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย

“ในปี 2016 นี้ทางคาสิโนกรุ๊ปคาดหวังที่จะเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานในฝรั่งเศส ซึ่งขนาดของแผนขายทรัพย์สินเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของกลุ่ม” คาสิโน กรุ๊ป ระบุ

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่นับแผนขายธุรกิจดังกล่าว คาสิโน กรุ๊ป ยืนยันด้วยว่า ยังมีสภาพคล่องแข็งแกร่งเพียงพอที่จะสามารถชำระหนี้ทั้งหมดที่มีกำหนดในปีนี้แน่นอน

นั่นเท่ากับว่ามูลค่าของบิ๊กซีในประเทศไทยคือ2พันยูโรคิดเป็นเงินไทยประมาณ 8 หมื่นล้าน

คำถามก็คือ กลุ่มทุนรายไหนที่จะมีเงินทุนมากมายขนาดนี้ ? เพราะเมื่อดูจากมาร์เก็ตแคปของบิ๊กซีในขณะนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2 แสนล้านบาท แต่จากการที่ คาสิโน กรุ๊ป มีหุ้นอยู่ในบิ๊กซี 58% ทำให้ผู้ซื้อต้องทำเทรดเดอร์ออฟเฟอร์หุ้นทั้งหมดซึ่งมีมูลค่าทั้งหมด 2 แสนล้านบาท

ขณะที่แหล่งข่าวในธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ระบุว่า คาสิโน กรุ๊ป ถูกธนาคารเจ้าหนี้ในฝรั่งเศสเสนอให้ขายหุ้นบิ๊กซีในไทยเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ ทำให้เกิดดีลนี้ขึ้นมา ซึ่งทางคาสิโน กรุ๊ป จะใช้วิธีให้ผู้สนใจยื่นประมูลเข้ามา ทั้งบิ๊กซีไทย และบิ๊กซีเวียดนาม คล้าย ๆ กับครั้งที่คาร์ฟูร์ขายให้คาสิโน กรุ๊ป วิธีนี้ทำให้ได้ราคาสูงที่สุด ซึ่งเมื่อประเมินจากศักยภาพของยักษ์ใหญ่ในเมืองไทยเชื่อว่าทั้งกลุ่มนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และซีพี มีขีดความสามารถ และมีแหล่งเงินทุนเพียงพอทั้งคู่

Posted on January 22, 2016, in Retail. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: