บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป1.5หมื่นล.ซึมยาว “มาม่า”เร่งอัดงบรักษาแชมป์-ส่งรสชาติใหม่กระตุ้น

updated: 26 ม.ค. 2559 เวลา 08:30:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

พิษกำลังซื้อกดตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซบต่อเนื่อง มาม่าฮึดสู้ เตรียมงบฯ 250 ล้านอัดแคมเปญปลุกตลาด-รักษาแชมป์ เตรียมเข็นรสชาติใหม่เสริมทัพต้มยำกุ้ง-หมูสับ ตั้งเป้าโต 5%

นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” กล่าวว่า การเติบโตของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในภาพรวมยังคงลดลงต่อเนื่อง จากผลกระทบของสภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับรากหญ้าที่เป็นกลุ่มผู้บริโภคหลัก ประกอบกับการบริโภคภายในประเทศที่ค่อนข้างอิ่มตัว

ซึ่งในปีที่ผ่านมาตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมูลค่า14,576 ล้านบาท เติบโต 0.4% ถือเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดตลอด 44 ปีของธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทย โดยผู้บริโภคเริ่มหาสินค้าทดแทนที่มีราคาถูกกว่า อาทิ ข้าวสารแบ่งขายตามรถตระเวนไปตามหมู่บ้าน ทำให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงต่อเนื่องมาถึงปีนี้

“ตลาดถ้วยที่คิดเป็นสัดส่วน 24% ของตลาดรวมก็ได้รับผลกระทบ ด้วยราคาที่สูงกว่าแบบซองซึ่งทำให้ผู้บริโภคสวิตช์ไปบริโภคอาหารประเภทอื่นแทน ทำให้การเติบโตของถ้วยในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.8% ต่างจากปีก่อนหน้าที่ยังโตได้ 8.6%”

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีนี้ตลาดรวมจะโตประมาณ 2% จากนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ ตลอดจนผลของการเปิดเออีซีที่อาจทำให้มีคนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคนจากประเทศซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่จะเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในไทยมากขึ้น ซึ่งอาจมีผลทางตรงและทางอ้อมต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ

ทั้งนี้ มาม่าจะเน้นรักษาส่วนแบ่งการตลาดที่ปัจจุบันมีอยู่ 51% ด้วยการทำกิจกรรมการตลาดภายใต้งบประมาณไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาคือ 250 ล้านบาท (ไม่รวมค่าสื่อโฆษณา) สำหรับทำแคมเปญต่าง ๆ สร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขาย

“การทำแคมเปญหรือกิจกรรมต่าง ๆ มีผลในการกระตุ้นตลาด เช่น การเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ อั้ม พัชราภาที่ช่วยให้ยอดขายมาม่าโตช่วงเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมาโตถึง 8% แม้จะเป็นระยะสั้น ๆ แต่ก็ช่วยให้ตลาดรวมมาม่ายังคงเติบโตได้ แม้กำไรจะลดลงจากการใช้งบฯทำการตลาดในทุกช่องทาง”

นายเวทิต กล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้จะออกสินค้ารสชาติใหม่พร้อมทั้งสร้างการรับรู้สินค้ารสชาติเดิมให้เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสการขาย จากปัจจุบันมีรสชาติยอดนิยมอย่างต้มยำกุ้ง หมูสับและต้มยำกุ้งน้ำข้น ทำรายได้รวมกันกว่า 60% ของรายได้มาม่าทั้งหมด

สำหรับตลาดในต่างประเทศที่ดูแลโดยไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ บริษัทผู้ผลิตมาม่า ยังคงมีการเติบโตที่ดีที่ 9% ทำรายได้ 2,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมาก โดยปัจจุบันมีโรงงานผลิตนอกประเทศอยู่ที่บังกลาเทศ ฮังการี กัมพูชา และเมียนมา รองรับการขยายตัวในต่างประเทศ

ปีที่ผ่านมามาม่ามียอดขายในประเทศประมาณ 10,000 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของรายได้รวมสหพัฒน์ที่มียอดขายกว่า 28,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ตั้งเป้ามาม่าปีนี้เติบโตกว่าตลาดที่ 5%

Posted on January 26, 2016, in K.Vathit, MAMA, Sahapat. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: