“พิริยพูล” ฐานธุรกิจปึ้ก เปิดแนวรบใหม่ “โลจิสติกส์”

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
updated: 03 พ.ค. 2559 เวลา 08:00:00 น.

สัมภาษณ์

แม้สภาพเศรษฐกิจกำลังซื้อจะกระทบกับทุกกลุ่มธุรกิจในภาพรวม แต่สินค้าอุปโภคบริโภคนำเข้าที่ว่ากันว่ามีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ยังคงมีการเติบโตสวนกระแส ขณะที่ผู้ประกอบการยังมีความเคลื่อนไหวและมีการนำสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง

“ประชาชาติธุรกิจ”
สัมภาษณ์ “ศุภเชษฐ์ พิริยพูล” กรรมการบริหาร บริษัท พิริยพูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ ถึงภาพรวมของตลาดสินค้านำเข้า ตลอดจนทิศทางของพิริยพูลจากนี้ไป

– ภาพรวมของตลาดสินค้านำเข้าในปัจจุบันเป็นอย่างไร

ด้วยสภาพเศรษฐกิจทำให้ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในภาพรวมไม่ค่อยมีการเติบโตแต่กลุ่มสินค้านำเข้าหรือพรีเมี่ยมมีการเติบโตดี ปีที่แล้วเราโตถึง 20% ส่วนหนึ่งเพราะลูกค้าที่มีกำลังซื้อและยังคงซื้ออยู่ โดยเฉพาะกลุ่มคนเมือง แต่ต่างจังหวัดถดถอยไปพอสมควร ขณะเดียวกัน ก็มีผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การแข่งขันของตลาดนี้จะเน้นที่เรื่องคุณภาพ การมีสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาเพื่อสร้างการเติบโต มากกว่าการแข่งขันราคา

– ทิศทางของพิริยพูลในปีนี้

ในแง่สินค้า แต่ละปีจะมีสินค้าใหม่เข้ามาประมาณ 40-50 รายการ กลุ่มเครื่องดื่ม อาทิ กาแฟ น้ำผลไม้, กลุ่มอาหาร เช่น อาหารกระป๋อง เส้นพาสต้า กลุ่มของใช้, กลุ่มขนม บิสกิต ช็อกโกแลต และกลุ่มซิการ์ ซึ่งจะพยายามเพิ่มสินค้าที่เป็นแมสขึ้น โดยเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา เพิ่งลอนช์ “เฟรนช์คาเฟ่” กาแฟ 3 อิน 1 พรีเมี่ยมเข้าสู่ตลาด และเป็นสินค้าเรือธงในปีนี้ มีแผนจะสร้างการรับรู้ทุกช่องทางต่อเนื่องทั้งปี มี “แอนดริว เกร็กสัน” เป็นพรีเซ็นเตอร์ ทำหนังโฆษณาออฟไลน์ ออนไลน์ จัดชิม และกระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น

– ทำไมจึงสนใจตลาดกาแฟ 3 อิน 1

ปัจจุบันเราเป็นตัวแทนจำหน่ายเนสกาแฟจากยุโรป, กาแฟชิโบะ กาแฟดาวิดอฟ จากเยอรมนี, กาแฟ จี เซเว่น จากเวียดนาม มีส่วนแบ่งการตลาดในเซ็กเมนต์กาแฟอิมพอร์ตกว่า 50% และคิดเป็น 55-60% ของรายได้รวม

ส่วน 3 อิน 1 ก็เป็นตลาดใหญ่มาก มีมูลค่าตลาดรวมหลายหมื่นล้านบาท แต่ตลาดตอนนี้ไม่ค่อยมีการเติบโตเท่าไหร่ การจะเข้ามา ทำได้อย่างเดียว คือ ต้องไปแย่งมาร์เก็ตแชร์แบรนด์อื่น ๆ มา ซึ่งผู้เล่นแต่ละรายในตลาดนี้ก็ล้วนแต่แข็งแรง ถ้าเราลอนช์สินค้าเหมือนเขาก็อย่าฝันเลยว่าจะทำตลาดได้

ปกติ กาแฟ 3 อิน 1 ส่วนมากใช้วิธีสเปรย์ดราย ใช้ความร้อนทำให้่้กลายเป็นผง ซึ่งรสชาติและกลิ่นก็จะระเหยออกไป ต้องเพิ่มกลิ่นเพิ่มรสเข้าไป บริษัทจึงร่วมกับบริษัท นัมยาง ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมและกาแฟ รายใหญ่จากเกาหลี พัฒนาและนำเข้าสินค้าตัวนี้ ซึ่งผลิตด้วยการใช้ระบบฟรีซดราย (freez dry) ที่ใช้ความเย็นจึงช่วยให้สามารถเก็บทั้งกลิ่นและรสชาติไว้ได้ และใช้นมสดแท้ไปผสมในครีมเทียมเป็นส่วนผสม ขณะที่กาแฟ 3 อิน 1 ทั่ว ๆ ไปใช้ครีมเทียม

แม้ราคาสูงกว่าคู่แข่ง แต่ด้วยคุณภาพและจุดขายที่แตกต่าง เชื่อว่าจะสามารถแข่งขันได้ และตอนนี้ฟีดแบ็ก ค่อนข้างดีทั้งผู้บริโภคและช่องทางขายที่มียอดสั่งซื้อซ้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

– ในเชิงมาร์เก็ตติ้งจะต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีก

ตอนนี้มีโฆษณาทางทีวี และโซเชียลมีเดีย มีการจัดชงชิมตามซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งลูกค้ากว่า 90% โพซิทีฟ คือชิมแล้วซื้อ และเดือนนี้จะเริ่มปูพรมในเรื่องการชงชิมมากขึ้น และจะมีแอ็กทิวิตี้ต่อเนื่องทั้งปี

– ปีแรกของกาแฟ 3 อิน 1 คาดหวังไว้มากหรือไม่

3 อิน 1 เป็นตลาดที่ยากมาก ปีแรกเราจึงไม่ได้มองโลกสวย มองไว้ที่ระดับหนึ่ง แต่พันธมิตร เขาต้องการมาร์เก็ตแชร์ 5% ในตลาด 3 อิน 1 จึงอธิบายให้เขาฟังว่า เป้า 5% นี่คนทำตลาดมาเป็น 10 ปียังไม่ได้เลย อีกอย่างแต่ละค่ายก็ได้ทุ่มเงินกันไม่น้อย แต่เราจะพยายามไปให้ถึง ถ้าลูกค้าติดใจ ชอบ เราก็ต้องรักษาฐานไว้และขยายฐานขึ้นไปเรื่อย ๆ เริ่มเข้าเซเว่นอีเลฟเว่น และในอนาคตมีแผนจะนำ เฟรนช์คาเฟ่ กาแฟพร้อมดื่มในขวดแก้วมาทำตลาดเพิ่มเติม

– จะมีสินค้าใหม่อื่น ๆ อีกหรือไม่

ปีที่แล้วนำเข้าสินค้ากลุ่มโฟรเซ่น เฟรนช์ฟรายด์ “Simplot” มันฝรั่งจากสหรัฐ วางขายในเทสโก้, บิ๊กซี, โฮมเฟรชมาร์ท กิโลละประมาณ 160 บาท ถือว่าแพงที่สุดในตลาด นอกจากนี้ ยังมองโอกาสต่อยอดสินค้ากลุ่มนี้ด้วยสินค้าอาหารพร้อมรับประทาน ทั้งเรดี้ทูอีท เรดี้มีล เพิ่มเติมในอนาคต

– วางแผนธุรกิจในอนาคตไว้อย่างไร

จริง ๆ แล้ว การนำเฟรนช์ฟรายส์เข้ามาทำตลาดถือป็นจุดประกายที่ทำให้บริษัทมองไปถึงเรื่องโลจิสติกส์ เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อนและคนที่ทำตลาดโฟรเซ่นที่สามารถโพรไวด์ได้ทุกสเกลก็มีอยู่จำกัด บริษัทจึงมีแผนจะขยับขยายธุรกิจด้วยการตั้งบริษัทโลจิสติกส์ เพื่อมาเป็นเซอร์วิสโพรไวเดอร์

ในเรื่องของโลจิสติกส์ โดยจะแยกบริษัทออกมาต่างหาก ตอนนี้มีที่ดินอยู่แล้ว ตามแผนจะให้บริการทั้ง สตอเรจ กระจายสินค้า ส่งของ โคแพ็กกิ้ง จะกระจายไปทั่วประเทศ

อีกอย่างหนึ่งที่มองคือ การจับกลุ่มสินค้าออนไลน์ เพราะออนไลน์ปัจจุบันมีหลายสเกล ทำอยู่กับบ้านก็มี ทำเป็นบริษัทก็มี และมีความต้องการคนที่จะมาเซิร์ฟในเรื่องการกระจายสินค้า การส่งสินค้า ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งอันนี้ก็เป็นอีกธุรกิจนึงที่กำลังเวิร์กพิมพ์เขียวอยู่ น่าจะได้เห็นความชัดเจนทั้งตัวคลังสินค้าและโลจิสติกส์ช่วงปลายปีนี้

Posted on May 3, 2016, in Logistics. Bookmark the permalink. Leave a comment.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: